การฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. ม.248 วรรคสอง และการตีความที่ดินสาธารณสมบัติประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน
การฎีกาว่าครอบครองที่ดินก่อนเป็นสาธารณะเป็นการฎีกาในข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตาม ม.248 วรรคสอง ที่ดินที่ใช้เลี้ยงสัตว์เป็นสาธารณสมบัติประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตาม ม.1304(2) ไม่ต้องขึ้นทะเบียนหรือออกพระราชกฤษฎีกา
พิพากษายืน
โจทก์ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่บุกรุกที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ใช้เลี้ยงสัตว์ร่วมกัน โจทก์ฎีกาว่าตนครอบครองก่อนเป็นสาธารณะ ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการฎีกาในข้อเท็จจริงที่ต้องห้าม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5924/2537นาย จาก มั่นคงโจทก์องค์การสื่อสารมวลชน แห่งประเทศ ไทยจำเลย ป.พ.พ. ม. 1304 (1), ม. 1304 (2) ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคสอง พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองการที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน พิพาทก่อนที่ทางราชการจะถือเป็นที่สาธารณะ เป็นฎีกาใน ข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ดินที่ต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่รกร้างว่างเปล่าฯ นั้นจำกัดเฉพาะที่ดินรกร้างว่างเปล่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(1) เท่านั้นที่ดินพิพาทเป็นที่ใช้เลี้ยงสัตว์ซึ่งพลเมืองใช้ร่วมกัน จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2) ซึ่งไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องขึ้นทะเบียนและออกเป็นพระราชกฤษฎีกาแต่ประการใดโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 220, 221และ 223 จำเลยจงใจบุกรุกเข้าไปเพื่อแย่งการครอบครองที่ดินโจทก์ทั้งหมดด้วยการก่อสร้างหลักโยงสายเหล็กขึงเสาอากาศ 2 หลักในที่ดินโจทก์และทำลายทรัพย์สินของโจทก์อันเป็นการละเมิดโจทก์ขอคิดค่าสินไหมทดแทนจำนวน 2,000 บาท จำเลยห้ามโจทก์เข้าทำประโยชน์ในที่ดินทำให้โจทก์ไม่สามารถทำนาข้าวและไร่ถั่ว จำเลยมีหน้าที่ชำระค่าเสียหายในส่วนนี