ผลของคำสั่งยกเลิกการไล่ออกและเปลี่ยนเป็นให้ออกใหม่ กำหนดวันมีผลบังคับตั้งแต่เมื่อใด
เมื่อคำสั่งใหม่ยกเลิกคำสั่งเดิมทั้งหมดและเปลี่ยนโทษเป็นให้ออกจากงาน ผลของการเปลี่ยนแปลงต้องถือว่ามีผลบังคับตั้งแต่วันที่คำสั่งเดิมกำหนดวันเลิกจ้าง
พิพากษายืนให้ยกเลิกคำสั่งให้ออกใหม่ โดยให้ถือว่ามีผลตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2524 ตามคำสั่งเดิม และให้จ่ายเงินสงเคราะห์นับแต่วันนั้น
จำเลยมีคำสั่งไล่ออกโจทก์วันที่ 9 ก.ค. 2524 ต่อมาจึงมีคำสั่งใหม่ยกเลิกคำสั่งเดิมและเปลี่ยนเป็นให้ออกตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. 2527
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2530นายนิพนธ์ ปักษิณโจทก์การรถไฟแห่งประเทศไทยจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 10.เดิมจำเลยมีคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม2524 โจทก์ได้ยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ ต่อมาจำเลยได้ออกคำสั่งอีกฉบับหนึ่งมีความว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยมีมติว่าการลงโทษโจทก์รุนแรงเกินไป จึงให้ยกเลิกคำสั่งเดิมเสียทั้งสิ้นและให้โจทก์ออกจากงานตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2527 ดังนี้ ข้อความในคำสั่งฉบับหลังเป็นที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า จำเลยได้ยกเลิกคำสั่งเดิมที่ไล่โจทก์ออกจากงานนั้นทั้งหมด ไม่ให้มีผลบังคับต่อไปโดยกำหนดโทษเป็นให้ออกจากงาน เมื่อคำสั่งเดิมได้กำหนดวันเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2524 ผลของการเปลี่ยนแปลงโทษจึงต้องถือว่ามีผลบังคับตั้งแต่วันที่เลิกจ้างนั้นด้วย โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับของจำเลยนับแต่วันนั้น.โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๒๔ จำเลยมีคำสั่งที่ พ.๑/นท.๑/๓๗๒๙/๒๕๒๔ ให้พักงานโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๒๔ โดยกล่าวหาว่าโจทก์เบิกเบี้ยเลี้ยงรอทำขบวนเท็จ ครั้นวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๒๔ จำเลยได้มีคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานโดยอ้างว่าโจทก์เบิกเบี้ยเลี้ยงรอทำขบวนเท็จ และขาดงานเป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงและให้ไล่โจทก์ออกจากงานตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๒๔ โจทก์ได้ร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อจำเลย จนวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๒๗ จำเลยได้มีคำสั่งที่พ.๑/นท.๑/๘๔๔๕/๒๕๒๗ ว่า การไล่ออกตามคำสั่งเดิมนั้นรุนแรงเกินไปจึงให้ยกเลิกคำสั่งเดิมโดยให้ลงโทษโจทก์ใหม่ในข้อหาเดียวกันแ