ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1101/2530

ประเด็นกฎหมาย

การส่งหนังสือกล่าวหาเท็จถึงคณะกรรมการตุลาการโดยรู้ว่ามีเจตนาใส่ความเพื่อทำลายชื่อเสียง ถือเป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่

หลักกฎหมาย

การส่งข้อความใส่ความไปยังบุคคลที่ไม่มีอำนาจบันดาลผลในคดี โดยรู้ดีว่าไม่มีมูลความจริงและมุ่งทำลายชื่อเสียง ย่อมแสดงเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ ไม่เข้าข่ายการติชมด้วยความเป็นธรรมตาม ม. 329 (1) จึงมีความผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ม. 328

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยมีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท โดยรอการลงโทษ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยส่งหนังสือกล่าวหาเท็จถึงประธานและกรรมการตุลาการทั้งหมดว่าโจทก์ใช้อิทธิพลกลั่นแกล้ง โดยรู้ดีว่าข้อความนั้นไม่มีมูลความจริงและบุคคลดังกล่าวไม่มีอำนาจตัดสินคดี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1101/2530นายเฉลิม สถิตย์ทองโจทก์นางอนงค์ เชาวนกิจ หรือเชาวนะกิจจำเลย ป.อ. ม. 326, ม. 328, ม. 329 (1), การที่จำเลยทำหนังสือส่งไปยังประธานคณะกรรมการตุลาการและกรรมการตุลาการอื่นทุกคนกล่าวหาว่า โจทก์ซึ่งเป็นกรรมการตุลาการคนหนึ่งผูกใจเจ็บแค้นมารดาจำเลยเพราะมีคดีเรื่องบุกรุกและหาเหตุกลั่นแกล้งจนมารดาจำเลยถึงแก่กรรม แล้วโจทก์ยังมาฟ้องกล่าวหาจำเลยในมูลละเมิดโดยใช้อิทธิพลในฐานะเป็นกรรมการตุลาการทำให้ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีเกิดความกลัวบีบบังคับให้จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและไม่ให้ความเป็นธรรมแก่จำเลยในการบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมดังกล่าว อันทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้งที่จำเลยรู้ดีว่าไม่มีมูลความจริง ย่อมแสดงให้เห็นในเบื้องต้นถึงเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ของจำเลย ทั้งจำเลยก็ไม่อาจแก้ตัวได้ว่ากระทำการดังกล่าวเพื่อป้องกันผลประโยชน์อันชอบธรรมของตนหรือเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1) (3) เพราะในคดีแพ่งที่โจทก์จำเลยพิพาทกันเกี่ยวกับมูลละเมิด จำเลยก็มีทนายช่วยแก้ต่างจำเลยจึงย่อมทราบดีกว่าขั้นตอนของกระบวนวิธีพิจารณาเป็นอย่างไรและควรปฏิบัติอย่างไรหากเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในปัญหาที่พิพาทกับโจทก์มิใช่ร้องเรียนไปยังบรรดาบุคคลซึ่งจำเลยทราบดีว่าไม่อาจบันดาลใด ๆ ในทางคดีได้แต่กลับเป็นการแสดงเจตนาชัดแจ้งว่า จำเลยมุ่งประสงค์ใส่ความเพื่อทำลายชื่อเสียงของโจทก์ และเป็นการกระทำที่มีลักษณะให้ข้อความหมิ่นประมาทดังกล่าวแพร่หลายไปในวงการของนักกฎหมายและบุคคลอื่น เพื่อให้ผู้ที่ไม่ทราบความจริงเกิดเข้าใจผิดดูหมิ่นเกลียดชังโจทก์อันส่งผลกระทบต่อเกียรติและสถานะในทางสังคมของโจทก์โดยตรงสมดังเจตนาอันแท้จริงของจำเลย