คำฟ้องคดีป่าไม้ระบุปริมาณไม้หวงห้ามแยกต่างหากแต่ไม่ชี้ชัดว่าเป็นไม้ชุดเดียวกันหรือไม่ ถือว่าเคลือบคลุมหรือไม่
คำฟ้องไม่เคลือบคลุมหากบรรยายข้อเท็จจริงและการกระทำพอสมควรให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ แม้ไม่ระบุชัดเจนว่าไม้ในกระทงต่างกันเป็นจำนวนเดียวกัน เพราะเป็นการกระทำต่างกรรมกัน
พิพากษายืน
จำเลยถูกฟ้อง 2 กระทง คือ ทำไม้และแปรรูปไม้หวงห้าม โดยโจทก์บรรยายปริมาณแยกกันแต่ไม่ระบุว่าไม้เป็นชุดเดียวกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2530พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาสโจทก์นายยามา สุหลง กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 (5) พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 48 ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ฯ ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2499 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 โจทก์บรรยายฟ้องว่าทางราชการได้คัดสำเนาประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 ประกาศไว้ ณ ที่ทำการอำเภอ ที่ทำการกำนันและที่สาธารณสถานในท้องที่ซึ่งเกี่ยวข้องและในท้องที่ที่เกิดเหตุคดีนี้ให้ทราบโดยทั่วกันแล้ว แม้จะไม่ได้บรรยายว่าจำเลยกับพวกได้ทราบประกาศดังกล่าวแล้วแต่คำว่าให้ทราบโดยทั่วกันหมายความว่าจำเลยกับพวกได้ทราบประกาศดังกล่าวแล้ว จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่เคลือบคลุม แม้ฟ้องโจทก์จะไม่ได้บรรยายระบุให้แน่ชัดว่าไม้ตะเคียนชันตาแมวอันเป็นไม้ที่หวงห้ามที่จำเลยร่วมกันแปรรูปนั้น เป็นจำนวนเดียวกับไม้ตะเคียนชันตาแมวที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำโดยตัดฟันออกจากต้นแล้วเลื่อยตัดทอนเป็นท่อนก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้บรรยายข้อเท็จจริงถึงการกระทำของจำเลยและได้ระบุถึงสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรที่จะให้จำเลยกับพวกเข้าใจข้อหาได้แล้ว ทั้งการกระทำความผิดในข้อหาทั้งสองดังกล่าวเป็นการกระทำต่างกรรมกัน ไม้ที่จำเลยกับพวกร่วมกันแปรรูปซึ่งมีปริมาณเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดกับไม้ที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำโดยตัดฟันออกจากต้นแล้วเลื่อยตัดทอนเป็นท่อน จะเป็นจำนวนเดียวกันหรือไม่ก็ได้ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุมเช่นกัน.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือ จำเลยทั้งสี่ร่วมกันทำไม้สยาขาวและไม้ตะเคียนชันตาแมวซึ่งเป็นไม้หวงห้ามในประเภท ก. และ ข.ในป่าจังหวัดนราธิวาสโดยจำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกัน