คำสั่งศาลชั้นต้นไม่อนุญาตแก้ไขคำฟ้องมีผลเป็นการสั่งไม่รับคำคู่ความ สามารถอุทธรณ์ได้
คำสั่งไม่อนุญาตแก้ไขคำฟ้องมีผลเป็นการสั่งไม่รับคำคู่ความตามมาตรา 172 วรรคท้ายและ 18 คู่ความมีสิทธิอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน ศาลฎีกาอาจวินิจฉัยแทนศาลอุทธรณ์ได้หากข้อเท็จจริงพอแก่การวินิจฉัย
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้น
โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องหลังชี้สองสถานโดยเปลี่ยนเป็นที่ดินต่างแปลงและของบุคคลอื่น ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต ศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์เพราะเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2530นางกวา ปรุงเสริมโจทก์นางสาววัฒนา ปรุงเสริมจำเลย ป.วิ.พ. ม. 1 (3), , ม. 18, ม. 179, ม. 228, ม. 243, ม. 247คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องมีผลเป็นการสั่งไม่รับคำคู่ความ แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในระหว่างพิจารณา โจทก์ก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 1 เดือน นับแต่วันมีคำสั่ง โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์โจทก์โดยให้เหตุผลว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ เมื่อโจทก์ฎีกาและศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงในสำนวนพอแก่การวินิจฉัยศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวไปเสียทีเดียวว่าจะอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องได้หรือไม่ โจทก์ฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกว่า จำเลยนำที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 97 เนื้อที่ 29 ไร่ ตามบัญชีทรัพย์อันดับ 23 ของเจ้ามรดกไปออกเป็น น.ส.3 ก. เลขที่ 603 เป็นของจำเลยเป็นส่วนตัว และขอแก้ไขคำฟ้องจากที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 97 ฯ เป็นที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 55 หมู่ที่ 6 เนื้อที่ 36 ไร่ ตามบัญชีทรัพย์อันดับ 3 ซึ่งเป็นของ ก. เป็นการขอแก้เป็นที่ดินต่างแปลงกันและเป็นที่ดินของบุคคลอื่นจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมโจทก์ฟ้องว่า จำเลยขอให้เจ้าหน้าที่ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินของนายสวัสดิ์ ปรุงเสริม เจ้ามรดกตาม น.ส.๓ เลขที่ ๙๗ เนื้อที่ ๒๙ ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองปลาไหล อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ตามบัญชีทรัพย์อันดับที่ ๒๓ ในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๑/๒๕๑๖ ของศาลชั้นต้นไปเป็นของจำเลยเป็นส่วนตัว โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์และนางแสวง ปรุงเสริม ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก เจ้าหน้าที่ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้จำเลยแล้วตาม น.ส.๓ ก. เลขที่ ๖๐๓ ตำบลหนองปลาไหล อ