การยื่นบันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาโดยโจทก์ไม่มาศาล ถือเป็นการฟ้องคดีด้วยวาจาตามกฎหมายหรือไม่
การฟ้องคดีด้วยวาจาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 19 จำเป็นต้องให้โจทก์ไปศาลเพื่อแจ้งรายละเอียดการฟ้องด้วยตนเอง การยื่นบันทึกการฟ้องโดยโจทก์ไม่มาศาลเป็นเพียงหลักฐานหรือความสะดวกในการบันทึกหาใช่การฟ้องตามกฎหมายไม่
พิพากษายืน ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากถือได้ว่าโจทก์ไม่ได้ฟ้องคดี
โจทก์ยื่นบันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาต่อศาลโดยให้พนักงานธุรการนำส่ง แต่โจทก์ไม่มาศาลเอง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่ถือเป็นการฟ้องคดี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2271/2530พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสีคิ้วโจทก์นายแก้ว เมกจะบกจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 การฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาในศาลแขวงนั้น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 20 กำหนดไว้ว่าถ้าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ให้พนักงานสอบสวนนำผู้ต้องหามายังพนักงานอัยการ เพื่อฟ้องศาลโดยไม่ต้องสอบสวนและให้ฟ้องด้วยวาจา และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่าการฟ้องด้วยวาจาให้โจทก์แจ้งต่อศาลถึงชื่อโจทก์ ชื่อ ที่อยู่ และสัญชาติของจำเลย ฐานความผิด การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิดและอื่น ๆ อีกหลายประการ เช่นนี้ โจทก์จึงต้องมาศาล เมื่อโจทก์เพียงแต่ให้พนักงานธุรการนำบันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจามายื่นต่อศาล โดยโจทก์ไม่มาศาล ย่อมถือไม่ได้ว่ามีการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจา บันทึกการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์เป็นเพียงหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจา และเพื่อความสะดวกที่ศาลจะบันทึกการฟ้องด้วยวาจาลงในแบบพิมพ์ของศาลได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น หาใช่ฟ้องด้วยวาจาตามกฎหมายไม่.มูลคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ให้พนักงานธุรการนำบันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจามายื่นต่อพนักงานรับฟ้อง กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๙ โจทก์ยื่นบันทึกเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๒๘ เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ครั้นเวลา ๑๖.๕๐ นาฬิกา เจ้าหน้าที่ธุรการรายงานต่อศาลว่าโจทก์ไม่มาศาลศาลชั้นต้นเห็นว่าบันทึกการฟ้องด้วยวาจาของโจทก์ไม่ถือว่าเป็นฟ้องตามกฎหมายจึงเท่ากับว่าคดีนี้โจทก์ยังไม่ได้ฟ้องคดี ให้จำหน่ายออกจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า เห็นว่าบันทึก