สิทธิฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ และเงื่อนไขการสั่งจ่ายสินบนนำจับ
บทห้ามอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงในศาลแขวงเป็นบทชั้นอุทธรณ์ มิใช่ชั้นฎีกา เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ โจทก์มีสิทธิฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงได้ การสั่งสินบนนำจับต้องมีโทษปรับร่วมด้วย
ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เว้นแต่ไม่ต้องจ่ายสินบนนำจับ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกและสั่งจ่ายสินบนนำจับ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและประเด็นสินบนนำจับ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2872/2530พนักงานอัยการประจำ ศาลแขวงนครราชสีมาโจทก์นายดำรงค์ วีระประภากูลจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม. 22 ป.วิ.อ. ม. 193, ม. 225 พ.ร.บ.การพนัน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 22 ที่ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแขวงในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น เป็นบทบังคับในชั้นอุทธรณ์ มิใช่บทบัญญัติที่จะนำมาใช้ในชั้นฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานเล่นการพนัน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์จึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยโดยมิได้ลงโทษปรับ ศาลจะสั่งให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมายด้วยไม่ได้.โจทก์ฟ้องความว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีร่วมกันเล่นการพนันตู้ม้าไฟฟ้า พนันเอาทรัพย์สินกันโดยมิได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดอนุญาตให้เล่นได้โดยจำเลยเป็นเจ้าบ้านจัดให้มีการเล่นการ พนันดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์แห่งตนและเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๕ ฯลฯ ริบของกลางและให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้แจ้งความนำจับตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. การพนันจำคุก ๔ เดือน ของกลางริบ ให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า 'ที่จำเลยแก้ฎีกาว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ และ ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๙๓ ทวิ ประกอบมาตรา ๒๒๕ นั้นเห็นว่าบทกฎหมายดังที่จำเลยอ้างเป็นบทบังคับกรณีในชั้นอุทธรณ์ซึ่งห้ามมิ