การจำแนกพิกัดศุลกากรระหว่างเศษพลาสติก (39.02 ก.) และพลาสติกสำเร็จรูป (39.02 ข.) โดยพิจารณาจากสภาพอันแท้จริงของสินค้า
การจำแนกพิกัดศุลกากรต้องพิจารณาจากสภาพอันแท้จริงของสินค้า หากเป็นพลาสติกแผ่น/แถบ ม้วนรอบแกน ตัดเรียบ ใช้การได้ จัดเป็นพลาสติกสำเร็จรูป (39.02 ข.) ไม่ใช่เศษพลาสติก (39.02 ก.)
พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กำหนดพิกัดศุลกากรประเภท 39.02 ข. ถูกต้องตามกฎหมาย
สินค้าเป็นพลาสติกใสแผ่นม้วนกว้าง 8 นิ้ว ม้วนรอบแกนกระดาษ ตัดเรียบเสมอกัน มีสภาพดีใช้การได้ และห่อหุ้มอย่างดี แตกต่างจากเศษพลาสติกที่นำเข้ามาพร้อมกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3335/2530ห้างหุ้นส่วนจำกัดอรุณวะสิทธิ์ กับพวกโจทก์กรมศุลกากรจำเลย พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 ภาค 2 หมวด 7 ตอนที่ 39 พิกัดประเภทที่ 39.02 ก,39.02 ข.สินค้าที่โจทก์นำเข้าเป็นพลาสติกที่เป็นแผ่นหรือแถบซึ่งม้วนพันอยู่รอบแกนกระดาษ ด้านข้างทั้งสองด้านรวมทั้งแกนกระดาษตัดเรียบเสมอกันเป็นพลาสติกใสไม่ยับยู่ยี่ ทุกม้วนหน้ากว้าง 8 นิ้ว หนักม้วนละ 16.5 ปอนด์ ซึ่งบางม้วนมีกระดาษปิดบอกน้ำหนัดไว้ทั้งยังมีพลาสติกพันหรือหุ้มห่อไว้อีกชั้นหนึ่งสภาพดีใช้การได้ มีสภาพแตกต่างจากเศษพลาสติกที่นำเข้ามาพร้อมกัน ถือได้ว่าเป็นพลาสติกสำเร็จรูปต้องชำระอากรขาเข้าในพิกัดประเภทที่ 39.02 ข.แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 จึงมิใช่เศษพลาสติกที่ใช้เป็นวัตถุดิบ สำหรับเอามาหล่อ หลอม อัด หรือผสมเป็นของสำเร็จรูปรวมทั้งการที่ต้องเสียอากรขาเข้าในพิกัดประเภทที่39.02 ก..โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๒๘ โจทก์ได้นำสินค้าประเภทเศษพลาสติกจำนวน ๒๑๗ หีบห่อ น้ำหนัก ๙๔,๔๙๒ กิโลกรัม เข้ามาในราชอาณาจักร โดยสำแดงพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ ๓๙.๐๒ ก.โดยชำระอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลรวมเป็นเงิน ๗๙๙,๘๗๙.๙๑ บาท และขอให้เจ้าหน้าที่ของจำเลยไปตรวจสินค้าที่โรงเก็บสินค้าของโจทก์ ผลการตรวจเจ้าหน้าที่ของจำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบว่าพบสินค้าบางส่วนเป็นพลาสติกสำเร็จรูปกว้าง ๘ นิ้ว น้ำหนัก ๑๖.๕ ปอนด์ ลักษณะเป็นม้วนจำนวน ๑,๓๓๗ ม้วนน้ำหนัก ๑๐,๐๐๐ กิโลกรัม รวมอยู่ด้วย ซึ่งต้องเสียอากรขาเข้าในพิกัดประเภทที่ ๓๙.๐๒ ข. และได้กักสินค้าไว้ทั้งหมดเป็นการไม่ชอบ เพราะสินค้าดังกล่าวมีตั้งแต่ขนาด ๒ นิ้วถึง๑๒ นิ้ว น้ำหนักไม่เท่ากันทุกม้วน ต่อมาในเดือนมิถุนายน ๒๕๒๘ เศษพลาสติกงวดที