บุคคลธรรมดาฟ้องคดีอาญาฐานฉ้อโกงประชาชนได้หรือไม่เมื่อรัฐเป็นผู้เสียหายโดยตรง
ความผิดตาม พ.ร.ก. ฉ้อโกงประชาชนเป็นความผิดต่อความสงบสุขของประชาชน รัฐเป็นผู้เสียหายโดยตรงและเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีเท่านั้น บุคคลธรรมดาไม่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาในความผิดนี้
พิพากษายืนคำสั่งศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดี
จำเลยชักชวนเล่นแชร์น้ำมันโดยให้ผลตอบแทนสูงเกินจริงและหลบหนี ทำให้โจทก์และประชาชนเสียหาย โจทก์จึงฟ้องคดีอาญาฐานฉ้อโกงประชาชนและฐานฉ้อโกง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3447/2530นางมณี ประสงค์ชัยกุลโจทก์นางชม้อย ทิพย์โส กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 209, ม. 210, ม. 212, ม. 215, ม. 340, ม. 343 พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน มิใช่กระทำโดยเฉพาะเจาะจงแก่บุคคลใดเป็นส่วนตัว รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหายโดยตรง พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญาดังจะเห็นได้ว่าบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของพระราชกำหนดนี้ ตาม มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 7 และมาตรา 8 บัญญัติถึงวิธีการและลักษณะของการกู้ยืมในกรณีเช่นนี้ไว้ และบัญญัติถึงการที่จะปราบปรามการกระทำที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนกับวางมาตรการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวง และรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ ไว้ เพื่อคุ้มครองประชาชนเป็นส่วนรวม และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้นมีอำนาจใช้มาตรการดังกล่าวนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อให้กรณีเสร็จเด็ดขาดไปทันทีดังนั้น ความผิดตามพระราชกำหนดนี้ รัฐเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีได้. (วรรคสองวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2530)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันฉ้อโกงโจทก์และประชาชนว่าจำเลยกับพวกประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ชักชวนให้เล่นแชร์น้ำมันในวงเงิน ๑๖๐,๕๐๐ บาท จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเดือนละ ๑๐,๒๐๐ บาท โจทก์หลงเชื่อได้เล่นแชร์กับจำเลยเป็นเงิน๑,๗๖๘,๕๐๐ บาท และมีประชาชนเล่นแชร์กับจำเลยอีกหลายพันล้านบาทต่อมาจำเลยกับพวกไม่คืนเงิน และไม่ยอมชำระดอกผลให้โจทก์และประชาชน และหลบหนีไป โจทก์และประชาชนได้รับความเสียหายการกระทำของจำเลยกับพวกเป็นการโ