ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4095/2530

ประเด็นกฎหมาย

การนับอายุความ 10 ปี ตาม ม.88 ทวิ(2) กรณีสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บนที่ผู้ซื้อมีเอกสิทธิ์ทางการทูต

หลักกฎหมาย

กรณีวันยื่นแบบแสดงรายการค้ากำหนดไว้แน่นอนเพียงวันเดียว ให้เริ่มนับ 10 ปีจากวันนั้น หากผู้ซื้อมีเอกสิทธิ์ทางการทูตและใช้บัญชีเล็ดเยอร์แทนการยื่นแบบ ให้ถือว่าวันปล่อยของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนเป็นวันเริ่มต้นนับระยะเวลา

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้เพิกถอนการประเมินภาษีและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เนื่องจากเกิน 10 ปี นับแต่วันปล่อยของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

สินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ผู้ซื้อมีเอกสิทธิ์ทางการทูต ใช้บัญชีเล็ดเยอร์แทนการยื่นแบบแสดงรายการค้า และมีการประเมินภาษีหลังจากวันปล่อยของเกิน 10 ปี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4095/2530บริษัทสีลม จำกัดโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 88 ทวิ ( พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 10 ทวิ ประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยภาษีการค้า เรื่องกำหนดเวลาการยื่นแบบ ประมวลรัษฎากร มาตรา 88 ทวิ (2) ซึ่งกำหนดว่าการประเมินภาษีการค้าให้กระทำได้ภายในสิบปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดง รายการการค้า หมายความว่า ในกรณีที่มีกำหนดเวลาให้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าไว้หลายวันก็ให้นับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลานั้น ส่วนในกรณีที่วันยื่นแบบแสดงรายการการค้าได้กำหนดไว้แน่นอนเป็นวันหนึ่งวันใดโดยเฉพาะเพียงวันเดียว แล้ว ก็ย่อมต้องถือว่าวันที่กำหนดไว้แน่นอนนั้นเป็นวันสุดท้าย การนับระยะเวลาจึงต้องเริ่มนับแต่วันที่ได้กำหนดไว้แน่นอนนั้น ประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีการค้าเรื่องกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการการค้าและการชำระภาษีการค้าของผู้นำเข้าที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นกำหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าทุกครั้งที่มีการยื่นใบขนสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและชำระภาษีในวันนำเข้าซึ่งเป็นเพียงวันเดียวที่กำหนดไว้แน่นอนแล้วการนับระยะเวลาตามมาตรา 88 ทวิ (2) จึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันยื่นแบบแสดงรายการการค้าตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว ในกรณีที่ผู้มีเอกสารสิทธิทางการฑูต ซื้อสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บนซึ่งไม่มีการยื่นแบบแสดงรายการการค้า แต่เปลี่ยนเป็นการยื่นบัญชีเล็ดเยอร์ใบประทวนของใช้ในบ้านเมืองแทนเมื่อจะปล่อยของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ต้องถือว่าวันปล่อยของออกคือวันที่จะต้องยื่นแบบแสดงรายการการค้าตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าวแม้โจทก์จะเป็นผู้นำเข้าสินค้าพิพาทและมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามที่เจ้าพนักงานประเมินแต่เจ้าพนักงานทำการประเมินและแจ้งการประเมิน