จำเลยที่ร่วมยื่นอุทธรณ์คนละฉบับต้องเสียค่าขึ้นศาลแยกกันหรือไม่ แม้ศาลพิพากษาร่วมชำระหนี้
อุทธรณ์แต่ละฉบับเป็นคำฟ้องแยกกัน ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ของแต่ละคน แม้ศาลจะพิพากษาร่วมชำระหนี้ ก็ไม่สามารถอ้างว่าอีกฝ่ายเสียค่าศาลแทนได้
พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์คนละฉบับคัดค้านคำพิพากษาในทุนทรัพย์เดียวกัน จำเลยที่ 1 เสียค่าศาลเต็มจำนวน จำเลยที่ 2 ไม่เสีย ศาลชั้นต้นสั่งให้เสียภายใน 10 วัน มิฉะนั้นทิ้งฟ้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5607/2530ธนาคารกรุงไทย จำกัดโจทก์นายสันติพงษ์ นิมิตรดี กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 223, ตาราง 1 ข้อ (1) (กศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทกจำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์คนละฉบับคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในทุนทรัพย์เดียวกันเมื่ออุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองมีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ของแต่ละคน จำเลยแต่ละคนจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ในฟ้องอุทธรณ์ของตนจะอ้างว่าจำเลยที่ 1 ได้เสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ดังกล่าวเต็มจำนวนแล้ว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลอีกนั้นไม่ได้คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ จำเลยทั้งสองแยกอุทธรณ์คำพิพากษาโดยจำเลยที่ ๑ เสียค่าขึ้นศาล ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่เสียค่าขึ้นศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ ๒ นำค่าขึ้นศาลมาเสียภายใน ๑๐ วัน มิฉะนั้นจะถือว่าทิ้งฟ้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ แต่ละฉบับต่างเป็นคำฟ้องตามมาตรา ๑ (๓) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และเป็นอุทธรณ์ที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ของแต่ละคน จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่ฟ้องของแต่ละคน ในเวลายื่นฟ้องตามตาราง ๑ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ จำเลยทั้งสองได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในทุนทรัพย์เดียวกันคนละฉบับ เมื่อจำเลยที่ ๑ ได้เสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ดังกล่าวเต็มจำนวนแล้ว จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลอีกนั้นฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน(สมศักดิ์ เกิดลาภผล-อำนวย อินทุภูติ-ดำริ ศุภพิโรจน์)ศา