โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกาเมื่อศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีหมิ่นประมาท
หากศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ศาลแขวง ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามศาลชั้นต้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา
ศาลฎีกายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และยกฎีกาโจทก์
ศาลแขวงยกฟ้องคดีหมิ่นประมาทโดยเห็นว่าจำเลยกระทำโดยสุจริต โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัย ทำให้ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามศาลชั้นต้น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5744/2530นายชัชวาล วังศิริไพศาลโจทก์นายสุเทพ ปิ่นเจริญจำเลย ป.อ. ม. 326, ม. 328 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดพิพากษายกฟ้อง คดีจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยและข้อความที่ร้องเรียนเป็นการร้องเรียนโดยทุจริต ไม่เป็นการป้องกันตนหรือส่วนได้เสียแห่งตน เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวการที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงให้ตามอุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นการมิชอบต้องถือว่าข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดโจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ ศาลแขวงพระนครเหนือวินิจฉัยว่า ข้อความที่จำเลยร้องเรียนให้คณะกรรมการเนติบัณฑิตยสภาทราบพฤติการณ์ของโจทก์เพื่อทำการสอบสวนเอาความกับโจทก์ตามกฎหมายเป็นการกระทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมป้องกันตน หรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับ