ศาลแขวงไม่รับฟ้องเพราะยื่นฟ้องเกิน 72 ชั่วโมง โดยไม่พิจารณาข้อยกเว้นเวลาเดินทางตามกฎหมาย
ศาลต้องไต่สวนข้อเท็จจริงว่าเวลาเดินทางตามปกติที่ใช้ในการนำผู้ต้องหาจากที่จับมายังที่ทำการพนักงานสอบสวนนานเท่าใด ก่อนมีคำสั่งไม่รับฟ้อง หากยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงต้องย้อนสำนวนให้ไต่สวนให้ถูกต้อง
ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี
โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยฐานเล่นการพนันเกิน 72 ชั่วโมงนับแต่จับ โดยศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องโดยไม่พิจารณาข้อยกเว้นเวลาเดินทางตามกฎหมายจัดตั้งศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 7
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5806/2530พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครสวรรค์โจทก์นางสุภา เทพเสนา กับพวกจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องโจทก์โดยเห็นว่าโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเมื่อล่วงเลยระยะเวลา 72 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่จำเลยถูกจับโดยมิได้นำข้อยกเว้นที่กฎหมายมิให้นับเวลาเดินทางปกติที่นำผู้ต้องหาจากที่จับมายังที่ทำการพนักงานสอบสวนขึ้นวินิจฉัยด้วย ยังไม่เป็นการถูกต้องตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 7 ศาลชั้นต้นต้องดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ได้ความก่อนว่าระยะเวลาที่กฎหมายยกเว้นมิให้นำมานับรวม เข้าดังกล่าวใช้เวลาเท่าใด แล้วจึงมีคำสั่งโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ฐานร่วมกันเล่นการพนันไพ่รัมมี่พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ ศาลชั้นต้นตรวจบันทึกการฟ้องด้วยวาจาของโจทก์แล้ว เห็นว่า เป็นคดีที่จำเลยทั้งสี่รับสารภาพ โจทก์จะต้องฟ้องจำเลยต่อศาลภายใน ๗๒ ชั่วโมงนับแต่เวลาถูกจับ โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่รับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลล่างทั้งสองเห็นว่า โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่เมื่อล่วงเลยระยะเวลา ๗๒ ชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนด จึงปฏิเสธไม่รับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา แต่ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแต่เพียงว่าโจทก์จะต้องฟ้องจำเลยภายใน ๗๒ ชั่วโมงนับแต่เวลาถูกจับ โดยมิได้นำข้อยกเว้นที่กฎหมายมิให้นับเวลาเดินทางตามปกติที่นำผู้ต้องหาจากที่จับมายังที่ทำการพนักงานสอบสวนขึ้นวินิจฉัยด้วย ยังไม่เป็นการถูกต้องตา