การนับอายุการทำงานเพื่อคำนวณเงินบำนาญของลูกจ้างชั่วคราวที่เปลี่ยนสถานะเป็นพนักงานประจำ
ข้อบังคับกองทุนสงเคราะห์กำหนดสิทธิเฉพาะ 'พนักงาน' หรือ 'คนงาน' ซึ่งไม่รวมลูกจ้างชั่วคราว การเปลี่ยนสถานะเป็นพนักงานจึงเริ่มนับอายุงานนับแต่วันแต่งตั้ง ไม่ใช่ช่วงที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว
พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ยกฟ้องโจทก์
โจทก์เป็นลูกจ้างชั่วคราว 10 ปีเศษ ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานประจำ การคำนวณบำนาญจึงนับอายุงานนับแต่วันแต่งตั้งเป็นพนักงาน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5967/2530นายสันต์ นิยะโสมโจทก์การท่าเรือแห่งประเทศไทยจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 เมื่อข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์พนักงานและคนงานของจำเลยกำหนดให้จ่ายเงินบำนาญตามอายุการทำงาน เฉพาะแก่พนักงานและลูกจ้างประจำซึ่งพ้นจากงานเพราะเกษียณอายุ ก็ต้องเริ่มนับอายุการทำงานของโจทก์ในการคำนวณเงินบำนาญตั้งแต่วันที่โจทก์ได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานของจำเลยเป็นต้นไป แม้โจทก์เป็นลูกจ้างชั่วคราวก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานของจำเลยเป็นเวลา 10 ปีเศษก็ตาม โจทก์ก็ไม่อาจอ้างได้ว่าในช่วงเวลาที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว โจทก์มีสิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างประจำตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานเพราะทำงานติดต่อกันเกิน 120 วัน เพื่อให้นับอายุการทำงานในการคำนวณเงินบำนาญตั้งแต่วันที่โจทก์เริ่มเป็นลูกจ้างชั่วคราวโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๐๐ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๒๙ ซึ่งเป็นวันที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเกษียณอายุ ตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยโจทก์มีสิทธิได้รับเงินบำนาญ ซึ่งจะคำนวณโดยนำค่าจ้างสำหรับคำนวณเงินบำนาญคูณด้วยอายุการทำงานและหารด้วย ๕๐ โจทก์มีอายุการทำงาน ๒๙ ปี แต่จำเลยนับอายุการทำงานให้โจทก์เพียง ๑๙ ปี โดยไม่นับอายุการทำงานในช่วง ๑๐ ปี แรกของโจทก์ อ้างว่าในช่วงนั้นโจทก์เป็นลูกจ้างชั่วคราวจึงไม่อาจนับอายุการทำงานในช่วงนั้นต่อเนื่องกับอายุการทำงานในช่วงที่โจทก์เป็นพนักงานของจำเลย เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับเงินบำนาญน้อยกว่าสิทธิที่ควรจะได้ ขอให้จำเลยนับอายุการทำงานตั้งแต่โจทก์เริ่มเข้าทำงานเป็นเวลา ๒๙ ปีและจ่ายเงินบำนาญที่ถูกต้องให้โจทก์นับแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓