ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 999/2531

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิคิดดอกเบี้ยเมื่อสัญญาจำนองไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้และดอกเบี้ยที่ตกลงกันเกินอัตรากฎหมายเป็นโมฆะ

หลักกฎหมาย

หากดอกเบี้ยเกินอัตราเป็นโมฆะ ไม่สามารถหักเงินต้นได้ แต่เมื่อจำนองไม่มีกำหนดเวลาและโจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันผิดนัด

คำวินิจฉัย

ให้จำเลยชำระเงินต้น 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

สัญญาจำนองไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ โจทก์คิดดอกเบี้ย 15% ต่อปี ซึ่งเกินอัตรากฎหมายเป็นโมฆะ โจทก์ได้บอกกล่าวบังคับจำนองให้ชำระหนี้ภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2527

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 999/2531นางสาวพวงเพชร กีรติมหาตย์โจทก์นายสมพงษ์ พัฒนาวิศิษฎ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 113, ม. 224, ม. 407, ม. 654 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 โจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละ 60 ต่อปีซึ่งเกินอัตราดอกเบี้ยตามป.พ.พ. มาตรา 654 และเป็นความผิดต่อ พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ฯ ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยเป็นโมฆะ จำเลยไม่มีสิทธินำเงินดอกเบี้ยที่ชำระเกินไปหักเงินต้นให้ลดน้อยลงได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 407 การจำนองมิได้กำหนดระยะเวลาไว้ เมื่อโจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง และมีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้ตั้งแต่วันที่จำเลยผิดนัดในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 224โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาจำนองพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันทำสัญญาจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ หากไม่ชำระให้บังคับจำนองยึดที่ดินที่จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่าได้กู้เงินโจทก์จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท ตกลงให้ดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี และชำระดอกเบี้ยให้โจทก์แล้ว ๗,๕๐๐ บาท แต่เกิดโต้เถียงกัน จำเลยจึงชำระหนี้ให้โจทก์โดยโจทก์ออกใบรับเงินให้และนัดจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองกัน แต่จำเลยทำใบรับเงินหายโจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวบังคับจำนอง สัญญาจำนองไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปีนับแต่วันทำสัญญาจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ถ้าจำเลยไม่ชำระให้เอาทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินใช้หนี้ให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยยังไม่ชำระเงินต้นให้โจทก์แต่ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์แล้วเดือนละ ๒