ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1526/2531

ประเด็นกฎหมาย

การตีความคำว่า "เฉพาะกรณีผู้ซื้อเป็นผู้ส่งออก" ในคำสั่งกรมสรรพากรว่าหมายถึงสถานะผู้ส่งออกหรือการส่งออกสินค้าจริง

หลักกฎหมาย

คำว่า "เฉพาะกรณีผู้ซื้อเป็นผู้ส่งออก" หมายถึงสถานะผู้ทำการค้าส่งออก ไม่ได้หมายถึงการส่งออกสินค้าที่ซื้อจริง ๆ ดังนั้นผู้ซื้อที่มีสถานะนี้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายเงิน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นบริษัทผู้ส่งออกมันสำปะหลัง แต่ซื้อแป้งมันและมันเส้นมาขายในประเทศ ไม่ได้ส่งออก สินค้าที่ซื้อมาจึงไม่ถูกส่งออกจริง แต่โจทก์มีสถานะผู้ส่งออกจดทะเบียน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1526/2531บริษัทกสิกรพัฒนา จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 3 เตรส, ม. 40 คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.728/2522,ท.4/2528 คำว่า "เฉพาะกรณีผู้ซื้อเป็นผู้ส่งออก" ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ท. 728/2522 ข้อ 1(2) และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท. 4/2528 ข้อ 3(2) มีความหมายว่าในกรณีผู้ซื้อซึ่งจดทะเบียนประกอบการค้าเป็นผู้ส่งออกมันสำปะหลังไม่ว่าเป็นหัวหรือจัดทำเป็นผง แป้ง เส้น ก้อน แท่ง ฝอย ชิ้น เม็ด หรือจัดทำในลักษณะอื่น จะต้องมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ทุกครั้งที่จ่ายเงินได้พึงประเมินในอัตราร้อยละ 0.75 ของยอดเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในแต่ละครั้ง ไม่ว่าผู้ซื้อเป็นผู้ส่งออกนั้นจะได้ส่งออกสินค้าที่ซื้อไว้จริง ๆ หรือไม่ ดังนั้นโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อและได้จ่ายเงินซื้อแป้งมันสำปะหลังและมันเส้นให้แก่ผู้รับ จึงต้องมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราดังกล่าว แม้โจทก์จะได้จำหน่ายแป้งมันและมันเส้นในประเทศโดยไม่ได้ส่งออกก็ตามโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ประเมินภาษีเงินได้แล้วสั่งให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และเรียกเงินเพิ่ม กับคำวินิจฉัยของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ในฐานะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบ เพราะนับแต่โจทก์เริ่มซื้อและขายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังภายในประเทศเมื่อปี ๒๕๒๖ ยังไม่เคยส่งออกไปขายต่างประเทศเพิ่งส่งออกในปี ๒๕๒๘ และได้หักภาษี ณ ที่จ่าย นำส่งกรมสรรพากรถูกต้องแล้ว ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว จำเลยทั้งห้าให้การว่า การประเมินและการวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลาง พิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความ ๒๕,๐๐๐ บาท แทนจำเลย โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกค