การทะเลาะวิวาทที่หยุดลงทันทีและไม่เกิดความเสียหายร้ายแรง ถือเป็นการกระทำกรณีร้ายแรงที่เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่
แม้ระเบียบบริษัทระบุการทะเลาะวิวาทเป็นความผิดร้ายแรง แต่ต้องพิจารณาพฤติการณ์เป็นกรณีไป หากเหตุการณ์หยุดลงและไม่มีผลเสียหายร้ายแรง ไม่ถือเป็นการกระทำกรณีร้ายแรงที่เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสอง
โจทก์ทั้งสองทะเลาะวิวาทและกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน แต่หัวหน้างานเข้ามาแยกออกทันที ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงต่อจากนั้น และทรัพย์สินไม่เสียหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 90/2538นางสาว สำเนียง สกุล เดชโจทก์บริษัท กรุงเทพ ไดอ์แคสซ์ติ้งแอนด์อินแจ๊กชั่น จำกัด ฯลฯจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4)แม้ระเบียบข้อบังคับของจำเลยจะระบุว่าการทะเลาะวิวาทถือเป็นความผิดอย่างร้ายแรงก็ตาม จะถือว่าถ้ามีการทะเลาะวิวาทกันแล้วไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างไรก็เป็นกรณีร้ายแรงทุกกรณีนั้น ย่อมไม่ชอบด้วยความมุ่งหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47 ซึ่งการที่จะฟังว่ากรณีใดเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่จะต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกรณีไป กรณีของโจทก์ทั้งสองแม้ได้ทะเลาะวิวาทกันจนถึงขนาดกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน แต่เมื่อ บ.หัวหน้ากะเข้ามาเห็นและแยกโจทก์ทั้งสองออกจากกันแล้วก็ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างไรต่อไปอีก ทรัพย์สินของจำเลยก็ไม่ปรากฏว่าเสียหายอย่างไร ส่วนการกระทำของโจทก์ทั้งสองที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยด้วยนั้น แต่เมื่อระเบียบข้อบังคับของจำเลยดังกล่าว จำเลยมิได้ถือว่าเป็นกรณีร้ายแรงดังนี้ กรณียังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีร้ายแรงที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4)คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างจำเลยจำเลยเลิกจ้างโจทก์ที่ 1 วันที่ 12 ตุลาคม 2536 เลิกจ้างโจทก์ที่ 2วันที่ 13 ตุลาคม 2536 โดยโจทก์ทั้งสองไม่ได้กระทำผิด จำเลยไม่ยอมจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 6,992 บาท ค่าเส