ผู้จัดการมรดกคนเดียวมีอำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมที่ผู้จัดการมรดกอีกคนขายทรัพย์สินมรดกหรือไม่ เมื่ออีกฝ่ายถูกถอนตำแหน่งและโต้แย้งสิทธิส่วนตัว
กรณีผู้จัดการมรดกอีกฝ่ายโต้แย้งสิทธิในกองมรดกโดยอ้างความเป็นเจ้าของส่วนตัว มิใช่ความเห็นต่างในการจัดการมรดก จึงไม่ใช้ ม. 1726 เมื่อผู้จัดการมรดกอีกฝ่ายถูกถอนตำแหน่ง โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่แต่ผู้เดียวจึงมีอำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวได้ตามสิทธิและหน้าที่
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้
โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน จำเลยที่ 1 ขายที่ดินให้จำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของคนเดียวและรื้อสิ่งปลูกสร้างทิ้ง จำเลยที่ 1 ถูกถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดก โจทก์จึงเป็นผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่แต่ผู้เดียวและฟ้องเพิกถอนการขาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3875/2531นางสาวทศพินทร์ มากทองโจทก์นายเจ็ก หรือเจ๊ก มากทอง กับพวกล. ป.พ.พ. ม. 1726 ป.วิ.พ. โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ร. ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างจำเลยที่ 1 ผู้ขายกับจำเลยที่ 2 ผู้ซื้อโดยอ้างว่าที่ดินเป็นทรัพย์มรดกของ ร. กึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ ร. ร่วมกับโจทก์ให้การต่อสู้ว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียว จำเลยที่ 1 ได้ครอบครองมาโดยตลอด หากฟังว่าที่ดินเป็นมรดกของ ร. สิทธิของทายาท ร. ก็ขาดอายุความแล้ว การโต้แย้งของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวมิได้กระทำในฐานะผู้จัดการมรดกของ ร. แต่เป็นการโต้แย้งโดยอ้างอำนาจของตนเอง จึงมิใช่เป็นการทำตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกของ ร. กรณีมิใช่เป็นเรื่องความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการจัดการมรดกของ ร. ซึ่งต้องถือเอาเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก ถ้าเสียงเท่ากันเมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอก็ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1726 ทั้งระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยที่ 1 ก็ได้ถูกถอนออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของ ร. แล้ว โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ ร. ที่เหลืออยู่แต่ผู้เดียวย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวได้ตามสิทธิและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยให้เหตุผลว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อพิพาทข้ออื่น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์อุธรณ์ฎีกาเพียงให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามลำดับ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ มิได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้เป็นฝ่ายชนะคดี คำขอตามคำฟ้องอุทธรณ์และคำฟ้องฎีกาจึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวนเป็นราคาเงินได้ จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 20