การจำแนกพิกัดศุลกากรหีบใส่เงินที่มีระบบนิรภัยว่าเป็นประเภทที่ 83.03 หรือ 73.38
หีบใส่เงินที่มีระบบนิรภัยมั่นคงกันขโมยได้ จัดอยู่ในพิกัด 83.03 ไม่ใช่ของใช้ในบ้านในพิกัด 73.38
พิพากษายืน
หีบใส่เงินเหล็กมีกุญแจและรหัสกันขโมย นำเข้าเสียภาษีพิกัด 83.03 เจ้าหน้าที่ตรวจพบและเรียกเก็บเพิ่มพิกัด 73.38
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4222/2531กรมศุลกากร กับพวกโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดไพศาลอิมปอร์ต กับพวกล. พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 ตอนที่ 72 พิกัดประเภทที่ 73.38, ตอนที่ 83 พิกัดประเภทที่ 83.0สินค้าพิพาทที่จำเลยนำเข้าทำด้วยเหล็ก มีขนาดสูงประมาณ 14 - 15 เซนติเมตร กว้าง 22 - 25 เซนติเมตร ยาว 30 - 36 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 4 - 5 กิโลกรัม มีกุญแจและรหัสเป็นตัวเลข ตั้งแต่เลข 0 ถึงเลข 100 ใช้สำหรับปิดเปิด เมื่อเปิดฝาหรือเคลื่อนย้าย จะมีเสียกริ่งดัง เป็นสัญญาณใช้สำหรับกันขโมย ดังนี้ สินค้าดังกล่าวจึงเป็นหีบใส่เงิน ต้องเสียภาษีอากรตามบัญชีแนบท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2503 ที่ใช้บังคับในขณะพิพาทในพิกัดประเภทที่ 83.03 อัตราร้อยละ 15 หาใช่ของใช้ในบ้านเรือนในพิกัดประเภทที่ 73.38 ข. อัตราร้อยละ 50 ไม่โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างปี ๒๕๑๖ ถึงปี ๒๕๑๙ จำเลยที่ ๑ ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งหีบใส่เงิน รวม ๗ ครั้ง โดยเสียภาษีอากรตามพิกัดประเภทที่ ๘๓.๐๓ อัตราร้อยละ ๑๕ ได้ชำระภาษีและรับสินค้าไปแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจพบว่าสินค้าดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นกำปั่นที่มั่นคงแข็งแรงที่สามารถป้องกันภัยและขโมยได้ ถือว่าเป็นของใช้ในบ้านเรือนที่ทำด้วยเหล็ก ต้องชำระภาษีอากรตามพิกัดประเภทที่ ๗๘.๓๘ ข. อัตราร้อยละ ๕๐ เป็นเหตุให้ชำระภาษีอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลขาดไป เมื่อรวมเงินเพิ่มด้วยแล้วเป็นเงิน ๔๘๙,๓๙๙.๕๘ บาท จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ ๑ ต้องร่วมรับผิดด้วย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า สินค้าพิพาทคือหีบใส่เงิน ได้เสียภาษีอากรในพิกัดประเภทที่ ๘๓.๐๓ อัตราร้อยละ ๑๕ ถูกต้องแล้ว เพราะในพิก