ศาลแรงงานวินิจฉัยนอกประเด็นหรือไม่เมื่อพิจารณาการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง โดยไม่กำหนดประเด็นเรื่องระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ศาลต้องวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่คู่ความโต้แย้งและกำหนดไว้ หากศาลวินิจฉัยนอกประเด็น เช่น พิจารณาความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างแทนการพิจารณาการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามประเด็นที่กำหนด ถือว่ามิได้ปฏิบัติตามกฎหมายวิธีพิจารณาความ ต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่
ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ทำร้ายผู้บังคับบัญชาเป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย โดยไม่ได้อ้างอิงหรือพิจารณาว่าระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยมีบทบัญญัติอย่างไร และคู่ความไม่ได้ส่งข้อบังคับดังกล่าวต่อศาล
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6114/2531นายวิสูตร ธีระพิทยาโจทก์บริษัทแซนดส์ เอ็นเตอร์ไพร้ส จำกัดล. ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 243 (1), พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31คดีมีประเด็นว่า โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือทำร้ายผู้บังคับบัญชาอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย เป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า คดีฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และโจทก์ทำร้าย ป.ผู้บังคับบัญชาของโจทก์เนื่องจากถูก ป.ตำหนิเกี่ยวกับการทำงาน จึงเป็นการวินิจฉัยในประเด็น แต่ที่วินิจฉัยต่อไปว่าการที่โจทก์ทำร้ายร่างกาย ป.ดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(1) ซึ่งจำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น และที่วินิจฉัยว่าพฤติการณ์น่าเชื่อว่าโจทก์มีเจตนาทำร้ายร่างกาย ป.ผู้บังคับบัญชานั้น ศาลแรงงานกลางก็ไม่ได้วินิจฉัยว่าระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยในเรื่องนี้มีว่าอย่างไร และไม่ปรากฏว่าคู่ความได้อ้างส่งข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานต่อศาล จึงเป็นเรื่องที่ศาลแรงงานกลางไม่ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการพิจารณาพิพากษา มีเหตุสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยจำเลย ได้เลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด และไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยให้การว่า เลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายเป็นกรณีร้ายแรง โดยทุจริตต่อหน้าที่ทำร้