ปัญหาข้อกฎหมายว่าเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพและศาลพิพากษาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 20 แล้ว หากปรากฏข
เมื่อโจทก์ฟ้องแล้วและจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลย่อมทำคำพิพากษาได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 20 หากขณะนั้นปรากฏข้อเท็จจริงขึ้นใหม่แต่โจทก์มิได้ขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นอย่างอื่น กลับแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลย่อมทำคำพิพากษาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้น
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยร่วมกันพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร แต่จำเลยให้การรับสารภาพ เด็กหญิงผู้เยาว์ยื่นคำร้องว่าเหตุเกิดจากการถูกบิดาดุด่าตีไล่ให้ออกจากบ้าน จึงไปอาศัยกับจำเลยซึ่งให้ความอุปการะ คู่ความแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จึงพิพากษายกฟ้องและยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 639/2511ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้โจทก์นายเตี้ย ฉิมพลี ที่ 1 นางแก้ว ฉิมพลี ที่ 2ล. ป.วิ.อ. ม. 176, ม. 192. พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพว่าจำเลยได้พรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร แต่เมื่อผู้เยาว์ได้ยื่นคำร้องขึ้นมาว่าเหตุเกิดเนื่องจากถูกบิดาเลี้ยงดุด่าและตีไล่ให้ออกจากบ้าน จึงไปอาศัยจำเลยซึ่งเป็นคนรู้จักชอบพอกันมาก่อน จำเลยทั้งสองก็ได้ให้ความอุปการะตลอดมาเช่นนี้ ย่อมทำให้เกิดข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ เมื่อโจทก์จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยานศาลย่อมฟังตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นใหม่นี้ได้ เมื่อโจทก์ฟ้องแล้ว และจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลย่อมทำคำพิพากษาได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 20 และขณะที่คดีอยู่ในอำนาจของศาลแล้วได้ปรากฏข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ โจทก์เองก็มิได้ขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นอย่างอื่น กลับแถลงไม่ติดใจสืบพยาน เพื่อหักล้างข้อเท็จจริงนั้น ศาลย่อมทำคำพิพากษาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่นั้นได้ โจทก์จะกลับมาขอให้ศาลสั่งให้โจทก์รับตัวผู้ต้องหาคืนเพื่อดำเนินการต่อไปไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ร่วมกันพรากผู้เยาว์ไปจากผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๙, ๘๓ จำเลยให้การรับสารภาพ เด็กหญิงเกียวผู้เยาว์ได้ยื่นคำร้องว่า เหตุเกิดเนื่องจากถูกบิดาเลี้ยงดุด่าและตีไล่ให้ออกจากบ้าน จึงได้ไปอาศัยจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นคนรู้จักชอบพอกันมาก่อน จำเลยทั้งสองก็ได้ให้ความอุปการะตลอดมา คู่ความแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ได้ความว่าที่เด็กหญิงเกียวผู้เสียหายไปอยู่กับจำเลยก็เพราะถูกบิดาเลี้ยงตีดุด่าไล่ให้ออกจากบ้านจึงไปอาศั