ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2511

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำนอกเขตอำนาจภายในของตำรวจทำให้เสียสถานะเจ้าพนักงานหรือไม่ และการขู่จับกุมโดยมีมูลความจริงเข้าข่ายความผิดฐานใด

หลักกฎหมาย

ประกาศกระทรวงมหาดไทยกำหนดเขตอำนาจกองปราบปรามทั่วราชอาณาจักร ข้อบังคับแบ่งเขตภายในเป็นเพียงคำสั่งภายใน การสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตทำให้มีอำนาจในฐานะเจ้าพนักงานโดยชอบ การขู่จับกุมโดยมีมูลความจริงไม่ใช่การแกล้งกล่าวหา แต่เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบเรียกเงินเข้าข่ายมาตรา 149

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และยกฟ้องจำเลยที่ 2

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ตำรวจกองปราบปรามขู่จับกุมเจ้ามือสลากกินรวบโดยมีมูลความจริง หากไม่จ่ายเงินจะจับกุม แล้วละเว้นไม่จับกุมเพื่อเรียกเงิน สินบนสลากกินรวบจากผู้เล่น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2511อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโจทก์พันตำรวจตรีฉัตรฝน พลอยบุตร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลย ป.วิ.อ. ม. 16, ม. 17, ม. 18 ประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 3 ป.อ. ม. 148, ม. 149, ม. 86, ม. 84ประกาศดังกล่าวกำหนดไว้ว่า 'ข้อ 6 กองปราบปรามมีเขตอำนาจการรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และตามบทกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดคดีอาญาทั้งหลายทั่วราชอาณาจักร' ย่อมหมายความว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาญาได้ทั่วราชอาณาจักร แม้จะมีข้อบังคับกรมตำรวจกำหนดเขตอำนาจหน้าที่ของกองกำกับการแต่ละกองไว้ก็เป็นเพียงคำสั่งภายในเท่านั้น หากผู้บังคับบัญชาสั่งให้นายตำรวจคนใดไปสืบสวนสอบสวนนอกเขตที่กำหนดไว้นี้นายตำรวจผู้นั้นย่อมมีอำนาจหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้น การที่จำเลยที่ 1 ทำการนอกเหนือจากเขตอำนาจหน้าที่ซึ่งแบ่งไว้ ไม่ทำให้จำเลยที่ 1 ไม่เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนความผิดอาญา ฉะนั้น การจับกุมผู้กระทำผิดในฐานเป็นเจ้ามือสลากกินรวบจึงเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยชอบมิใช่การแกล้งกล่าวหา แต่เมื่อไปขู่เข็ญให้จ่ายเงินสินพนันสลากกินรวบแก่ผู้เล่นแล้วละเว้นไม่จับกุมย่อมเป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 จำเลยที่ 2 เป็นราษฎรไปขอให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจช่วยเจรจากับเจ้ามือสลากกินรวบให้จ่ายเงินสินพนันสลากกินรวบแก่ตน แต่จำเลยที่ 1 ไปใช้อำนาจในตำแหน่งโดยพลการขู่เข็ญเจ้ามือสลากกินรวบว่า หากไม่จ่ายให้แก่จำเลยที่ 2 แล้วจะจับกุมฐานเป็นเจ้ามือสลากกินรวบ ดังนี้ ยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมมือกับจำเลยที่