มาตรา 1114 ป.พ.พ. ห้ามผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นฟ้องเพิกถอนในทางแพ่ง แต่ห้ามฟ้องคดีอาญาฐานฉ้อโกงหรือไม่
มาตรา 1114 ป.พ.พ. ห้ามเฉพาะการฟ้องในทางแพ่ง มิได้ห้ามการฟ้องคดีอาญา เมื่อมีการร้องทุกข์ พนักงานอัยการหรือผู้เสียหายมีอำนาจดำเนินคดีกับจำเลยได้
พิพากษายืน
จำเลยถูกฟ้องฐานฉ้อโกงจากการเข้าชื่อซื้อหุ้น ผู้จำเลยอ้างว่า ป.พ.พ. มาตรา 1114 ห้ามฟ้อง แต่ศาลวินิจฉัยว่าบทนี้ใช้เฉพาะคดีแพ่ง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 467 - 468/2513พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโจทก์นายโพธิ์ วรรณปักษ์ ที่ 1 นายสาย กาญจนจินดา ที่ 2จำเลยพนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโจทก์นายโพธิ์ วรรณปักษ์ ที่ 1 นายสาย กาญจนจินดา ที่ 2จำเลย ป.อ. ม. 341, ม. 343 ป.วิ.อ. ม. 2 (4), ป.พ.พ. ม. 1114ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1114 ที่ได้บัญญัติห้ามมิให้ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นฟ้องร้องขอให้ศาลเพิกถอนการที่ตนได้เข้าชื่อซื้อ โดยยกเหตุว่าสำคัญผิดหรือต้องข่มขู่หรือถูกลวงล่อฉ้อฉลนั้น ห้ามเฉพาะในกรณีที่ฟ้องร้องกันในทางแพ่งเท่านั้น มิได้มีผลห้ามมิให้ผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นฟ้องในคดีอาญาฐานฉ้อโกง ฉะนั้น ผู้เสียหายหรือพนักงานอัยการ ในเมื่อมีการร้องทุกข์ จึงมีอำนาจดำเนินคดีกับจำเลยได้คดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนมีข้อความทำนองเดียวกันว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันฉ้อโกงประชาชนขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓ ให้จำเลยร่วมกันคืนเงิน ๑๔๑, ๗๐๐ บาท และโฉนดส.ค.๑ (ในสำนวนแรก) และคืนเงิน ๙,๘๕๐ บาท และ ส.ค.๑ (ในสำนวนที่ ๒)ให้ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๒ ถึงแก่กรรม ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ทั้งสองสำนวนรวมกันมีกำหนด ๓ ปีให้คืนเงิน ๑๔๑,๗๐๐ บาท และโฉนดส.ค.๑ และเงิน ๙,๘๕๐ บาท ส.ค.๑ให้ผู้เสียหาย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกา (ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓) วินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าเมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๑๔ ห้ามมิ