ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2513

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายมีสิทธิสืบพยานเพิ่มเติมได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

ผู้เสียหายที่เข้าเป็นโจทก์ร่วมย่อมเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. ม.2(15) จึงมีสิทธิระบุพยานหรือสืบพยานเพิ่มเติมได้ โดยอาศัย ป.วิ.แพ่ง ม.88 ประกอบ ป.วิ.พ. ม.15 และ 228

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีชกต่อย ศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์โจทก์ร่วมเนื่องจากเป็นปัญหาข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ร่วมมีสิทธิสืบพยานเพิ่มเติมได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2513ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือโจทก์นายนาแรนซิงห์ จาวลาโจทก์ร่วมนายฮาร์มินเดอร์ซิงห์ ชวาลา ที่ 1 นายตาร์ยิดซิงห์ ชวาลา ที่2นายนเรนทร์ซิงห์ ชวาลา ที่ 3จำเลย ป.วิ.พ. ม. 15 และ 228, ม. 2 (14), ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (14) คำว่า"โจทก์ หมายความถึงพนักงานอัยการหรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดีอาญาต่อศาลหรือทั้งคู่ ในเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน" เมื่อผู้เสียหายเป็นโจทก์ตามบทกฎหมายดังกล่าว ก็ย่อมเป็น "คู่ความ" ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 2 (15) จึงชอบที่จะระบุพยานหรือสืบพยานเพิ่มเติมได้โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และ 228โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันชกต่อยทำร้ายร่างกายนายนาแรนซิงห์ จาวลา ผู้เสียหายจนได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยที่ ๑ ผู้เดียวได้กระทำผิดจริงพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ จำคุก๑ เดือน ส่วนจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษให้ยกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ปรึกษาแล้ว เห็นว่าอุทธรณ์โจทก์ร่วมเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ ที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๐ จึงให้ยกอุทธรณ์โจทก์ร่วม ส่วนคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ นั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลย