สิทธิกระทรวงศึกษาธิการฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกที่ดินก่อน พ.ร.บ. 2478 โดยไม่ต้องพิสูจน์การขึ้นทะเบียน
ที่ดินสงวนหวงห้ามก่อน พ.ร.บ. 2478 ไม่ตกอยู่ในบังคับกฎหมายนี้ การขึ้นทะเบียนไม่ใช่สารสำคัญ กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ครอบครองดูแลสาธารณสมบัติย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกได้
พิพากษายืนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกห่างจากที่ดินพิพาท
ที่ดินถูกสงวนหวงห้ามก่อนปี 2472 ก่อนมี พ.ร.บ. 2478 กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ครอบครองดูแล และจำเลยเข้าบุกรุกยึดถือที่ดิน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8 - 10/2514กระทรวงศึกษาธิการ โดยหม่อมหลวงปิ่น มาลากุลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนายวิทยา อินทะกนกจำเลยกระทรวงศึกษาธิการ โดยหม่อมหลวงปิ่น มาลากุลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนางสีทา อาจหาญ หรือปัญติโย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 ป.พ.พ. ม. 1304, ม. 1367 พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 การสงวนหรือหวงห้ามที่ดินพิพาท เป็นการสงวนหรือหวงห้ามไว้ก่อนมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 จึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายนี้ การที่ทางราชการได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่ ไม่ใช่สารสำคัญ ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่อยู่ในความครอบครองดูแลของกระทรวงศึกษาธิการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(3) ด้วย กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นผู้ครอบครองดูแลสาธารณสมบัติของแผ่นดินรายนี้อยู่ในปัจจุบันย่อมมีสิทธิและอำนาจฟ้องผู้บุกรุกเข้ายึดถือที่ดินเพื่อเอาเป็นของตน ให้ออกไปจากที่ดินรายนี้ได้คดีทั้ง ๓ สำนวน ศาลพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามสำนวนขอให้ศาลสั่งว่าที่ดินพิพาททั้ง ๓ สำนวน เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ใช้สำหรับโรงเรียนรัฐบาล ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยทั้ง ๓ สำนวนให้การว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลย ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปจากที่พิพาท ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป จำเลยทั้ง ๓ สำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้ง ๓ สำนวนฎีกา ศาลฎีก