คำร้องตามมาตรา 158 พ.ร.บ.ล้มละลาย ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามคดีแพ่งหรือไม่
คำร้องตามมาตรา 158 เป็นการโต้แย้งสิทธิระหว่างเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กับผู้ร้อง ศาลมีอำนาจชี้ขาดเหมือนคดีธรรมดา จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149
พิพากษายืนคำสั่งศาลอุทธรณ์ คือไม่รับคำร้องของผู้ร้อง เนื่องจากไม่เสียค่าธรรมเนียมศาลตามคำสั่งศาลชั้นต้น
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ถอนการยึดที่ดินของผู้ร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย มาตรา 158 แต่ไม่เสียค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2514พันตำรวจเอกขุนนครรัฐเขตต์โจทก์นายสม พ่วงภักดี ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลยนายลำดวน สุวรรณพินทะผู้ร้อง ป.วิ.พ. ม. 1 (3), ม. 149 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 158 พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2511 คำร้องขอต่อศาลในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งไม่ให้ถอนการยึดทรัพย์สินตามมาตรา 158 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายนั้น ผู้ร้องจะต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลคดีนี้ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีที่มีโฉนด ๑ แปลง ซึ่งมีชื่อจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องได้ยื่นคำคัดค้านต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าที่ดินที่ยึดเป็นของผู้ร้อง ขอให้ถอนการยึดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว มีคำสั่งไม่ให้ถอนการยึดผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ขอให้ศาลชั้นต้นสอบสวนหรือสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนใหม่ แล้วมีคำสั่งให้ถอนการยึด ศาลชั้นต้นสั่งว่า คำร้องของผู้ร้องเป็นคำร้องตามมาตรา ๑๕๘ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ให้ตีราคาที่ดินที่ถูกยึดแล้วเสียค่าธรรมเนียมศาลอย่างคดีธรรมดา ผู้ร้องทราบคำสั่งแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลายไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีแพ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีถือได้ว่ามีการโต้แย้งสิทธิกันระหว่างเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กับผู้ร้อง ซึ่งศาลต้องดำเนินการพิจารณาและมีคำสั่งชี้ขาดเหมือนอย่างคดีธรรมดาตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๘ และตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๑๑ ก็ไ