ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1889/2514

ประเด็นกฎหมาย

การยื่นขอประทานบัตรและเจ้าหน้าที่รังวัดไม่ได้เกิดสิทธิในที่ดิน การฟ้องขับไล่เมื่อสิทธิยังไม่โต้แย้งไม่ชอบด้วย ม. 55

หลักกฎหมาย

การที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการรังวัดไต่สวนที่ดินที่ขอประทานบัตร ไม่ได้ทำให้ผู้ขอเกิดสิทธิครอบครองหรือสิทธิอื่นในที่ดินแปลงนั้น การฟ้องต้องแสดงว่าสิทธิถูกโต้แย้งจึงจะชอบด้วย ม. 55

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ยื่นขอประทานบัตร เจ้าหน้าที่รังวัดและประกาศไม่มีผู้คัดค้าน แต่จำเลยบุกรุกปลูกยาง โจทก์ฟ้องขับไล่โดยไม่ได้แสดงว่าได้รับประทานบัตรหรือสิทธิถูกโต้แย้ง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1889/2514นายจรูญ โกยสมบูรณ์โจทก์นายพวย เอกาจำเลย ป.พ.พ. ม. 1298, ม. 1367 ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 ป.ที่ดิน การที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการรังวัด ไต่สวนสอบสวนที่ดินที่โจทก์ยื่นคำร้องขอประทานบัตรทำเหมืองแร่นั้น ไม่ได้ทำให้โจทก์เกิดสิทธิครอบครองหรือสิทธิอื่นในที่ดินแปลงนั้นแต่อย่างใด เมื่อฟ้องของโจทก์ไม่ได้แสดงว่าสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายของโจทก์ ถูกโต้แย้งจากจำเลยแล้วโจทก์ก็ไม่ชอบที่จะนำคดีมาสู่ศาล หรือฟ้องขอให้บังคับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทแต่เดิมเป็นที่ดินตามประทานบัตรของบริษัทสุวรรณเทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งสิ้นอายุเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๐๒ ก่อนประทานบัตรนั้นจะสิ้นอายุ โจทก์ตกลงกับบริษัทสุวรรณเทรดดิ้ง จำกัด ขอดำเนินการทำเหมืองแร่ในที่รายนี้สืบต่อไป ครั้นวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๐๒ โจทก์ได้ยื่นเรื่องราวขอประทานบัตรเลขที่ ๓๖/๒๕๐๒ ต่อทรัพยากรธรณีจังหวัดภูเก็ตขอทำเหมืองแร่ในที่รายนี้ วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๐๓ ทรัพยากรธรณีจังหวัดภูเก็ตได้ทำการรังวัดไต่สวนสอบสวนที่ดินจนถึงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๐๓ จึงเสร็จ พนักงานได้ทำรายงานการไต่สวนว่าที่ดินที่ขอประทานบัตรมิได้ทับที่ของผู้ใดและเป็นที่รกร้างว่างเปล่าต่อมาวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๔ ทรัพยากรธรณีได้ออกประกาศเรื่องราวขอประทานบัตรของโจทก์แล้ว ไม่มีผู้ใดคัดค้าน หลังจากประกาศแล้ว๑ ปี จำเลยได้บุกรุกเข้ามาปลูกยางพาราในที่ดินรายนี้ เป็นเนื้อที่ ๘ ไร่ เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดินฉบับที่ ๖ และกฎหมายที่ดินและพระราชบัญญัติเหมืองแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๒ เป็นการขัดขวางไม่ให้โจทก์ดำเนินกิจการเหมืองแร่ จึงขอให้ศาลขับไล่ จำเลยให้การว่า จำเลยได้ครอบครองที่