ความสมบูรณ์ของการฟ้องคดีอาญาเกี่ยวกับที่ดินรัฐ โดยไม่ระบุขอบเขตที่ดินชัดเจน แต่ระบุเนื้อที่และสถานที่ชัดเจน
การฟ้องคดีอาญาต้องบรรยายรายละเอียดให้จำเลยเข้าใจได้ หากจำเลยเข้าใจว่าเป็นที่ดินใดเนื้อที่เท่าใดและสามารถรู้ได้ว่าเป็นที่ใด แม้ไม่ระบุขอบเขตชัดเจน ก็ถือว่าฟ้องสมบูรณ์
พิพากษายืน
โจทก์ฟ้องจำเลยแผ้วถางป่ารัฐเนื้อที่ 2 ไร่ โดยไม่ระบุขอบเขตที่ดินชัดเจน แต่ระบุชื่อป่าและตำบลชัดเจน จำเลยให้การรับสารภาพและเข้าใจรายละเอียดการกระทำ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2148/2514พนักงานอัยการจังหวัดสกลนครโจทก์นายนอ พ่อชาลีจำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 พ.ร.บ.ป่าไม้ ป.ที่ดิน โจทก์บรรยายฟ้องมีใจความสำคัญว่า จำเลยบังอาจแผ้วถางป่าและเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐในป่าห้วยอีเลิง ตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร มีจำนวนเนื้อที่ 2 ไร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ฯลฯ นั้น เป็นการบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดพอสมควรที่จำเลยจะเข้าใจได้ดีแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐในป่าห้วยอีเลิงจำนวนเนื้อที่ 2 ไร่ หาจำเป็นที่จะต้องระบุความกว้างยาวและทิศไหนจดอะไรไม่ เพราะได้ระบุจำนวนเนื้อที่ที่จำเลยทำการแผ้วถางยึดถือครอบครองแล้วฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมายโจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๑๒ ตลอดมาจนถึงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๑๒ ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จำเลยได้บังอาจทำการแผ้วถางป่าซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ โดยจำเลยไม่มีสิทธิครอบครองตามกฎหมาย และจำเลยได้บังอาจเข้ายึดถือครอบครองก่นสร้าง ทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน และทำอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดินในป่าห้วยอีเลิงตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร มีจำนวนเนื้อที่ ๒ ไร่ทั้งนี้ โดยจำเลยมิได้กระทำภายในเขตที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ทำการแผ้วถางได้ เหตุเกิดที่ตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๔, ๗๒ ตรี (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๑, ๑๖ ประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙, ๑๐๘ และขอให้สั่งจำเลยออกจากป่าดังกล่าวแล้วด้วย จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องให้ปรับ ๒๐๐ บาท ลดรับสารภาพกึ่ง คงปรับ ๑๐๐ บาท ที่ขอให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถางด