การตีความบทกำหนดโทษมาตรา 72 วรรคหนึ่งและวรรคสอง กรณีมีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
การมีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตฝ่าฝืนมาตรา 7 ต้องระวางโทษตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง (จำคุกและปรับ) ไม่ใช่วรรคสอง ซึ่งใช้เฉพาะกรณีส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธปืนตามกฎกระทรวง
แก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 1,000 บาท (ลดกึ่งเหลือนักโทษ 3 เดือน ปรับ 500 บาท)
จำเลยมีปลอกกระสุนปืนขนาด .38 มม. 6 ปลอก ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลอุทธรณ์ลงโทษปรับเพียงสถานเดียว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2303/2514อัยการจังหวัดศรีสะเกษโจทก์นายบุญหนา หรือบุญนา เชื่อมั่นจำเลย พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 การที่จำเลยมีปลอกกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาตนั้นเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 7 จะต้องระวางโทษตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง มิใช่วรรคสอง เพราะวรรคสองเป็นบทกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนมาตรา 7 เฉพาะกรณีเกี่ยวกับส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธปืน ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงเท่านั้น เมื่อวรรคหนึ่งมีบทกำหนดโทษจำคุกและปรับจึงต้องลงโทษทั้งจำคุกและปรับโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ เวลากลางวัน จำเลยมีปลอกกระสุนปืนขนาด .๓๘ มม. ๖ ปลอก ซึ่งเป็นสิ่งประกอบกระสุนปืนอันเป็นเครื่องกระสุนปืนตามกฎหมายไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ เหตุเกิดที่ตำบลด่าน อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ตามวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยปลอกกระสุนปืนดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐มาตรา ๓ และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพว่าจำเลยมีปลอกกระสุนปืนไว้ในความครอบครองจริงดังฟ้องโดยตั้งใจจะเอาไว้ทำยันต์เครื่องรางให้ลูก ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ปลอกกระสุนปืนที่จำเลยมีไว้ในความครอบครองเป็นส่วนที่เหลือจากการใช้กระสุนปืนไปแล้ว ไม่ใช่เครื่องกระสุนปืนตามความหมายของกฎหมาย จำเลยไม่มีความผิดพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ปลอกกระสุนปืนของกลางนี้เมื่อบรรจุดินปืนและหัวกระสุนใหม่แล้วก็ใช้ยิ