ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2515

ประเด็นกฎหมาย

การปรับบทลงโทษเมื่อมีกฎหมายใหม่ที่มีโทษเบากว่าใช้หลังการกระทำผิด

หลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด หากกฎหมายใหม่มีโทษเบากว่า ต้องปรับบทลงโทษตามกฎหมายใหม่

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 4 และประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ข้อ 14 มาตรา 340 วรรค 4 ส่วนการกำหนดโทษให้ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิง ซึ่งประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ได้แก้ไขมาตรา 340 วรรค 4 ให้มีโทษเบากว่าเดิมหลังการกระทำผิด

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2515อัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรีโจทก์นายปรีชาหรือแป้ง ราชสงค์จำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม. 14 ป.อ. เมื่อตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำผิด ข้อ 14 ในส่วนที่เกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรค 4 ได้แก้ไขใหม่ให้ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี ซึ่งมีระวางโทษเบากว่าระวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรค 4 เดิม ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกยี่สิบปี ในการลงโทษจำเลยสำหรับความผิดตามวรรคนี้จึงต้องปรับบทลงโทษจำเลยตาม มาตรา 340 วรรค 4 ที่แก้ไขใหม่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3ซึ่งบัญญัติให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีก ๔ คน รวมกันปล้นทรัพย์รวมเป็นราคาทั้งสิ้น ๑๒,๙๗๐ บาทไป โดยจำเลยกับพวกใช้ปืนยิงหลายนัดใช้ผ้าขาวม้าผูกแขนเจ้าทรัพย์ทั้งสองติดกัน เป็นการขู่ขวัญและใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อเป็นความสะดวกในการปล้นทรัพย์ พาเอาทรัพย์ไป เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์และเพื่อให้พ้นจากการจับกุมขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐, ๘๓ ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๙,๓๗๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓ จำคุก ๒๐ ปี ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง ให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๙,๓๗๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์น่าระแวงสงสัยพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งที่ร