บุคคลที่ได้รับค่าจ้างรายวันระหว่างทดลองงานถือเป็น 'พนักงาน' ตาม พ.ร.บ.ความผิดพนักงานรัฐฯ หรือไม่
คำว่า 'พนักงาน' ต้องเป็นบุคคลที่องค์การบรรจุแต่งตั้งให้ปฏิบัติงาน มีอำนาจบังคับบัญชาและรับผิดชอบ การได้รับค่าจ้างรายวันระหว่างทดลองงานยังไม่ถือเป็นการบรรจุเป็นพนักงานตามความหมายของกฎหมาย
พิพากษายืนว่าจำเลยไม่ใช่พนักงานตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ยึดถือฎีกาโจทก์และจำเลย
จำเลยทำงานตำแหน่งเสมียนหน่วยการเงิน รับค่าจ้างรายวันระหว่างทดลองงาน ยังไม่ได้รับการบรรจุเป็นเงินเดือน องค์การมีอำนาจพิจารณาบรรจุหรือให้ออกได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2289/2515พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายประพัฒน์ กาญจนเสถียรจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา (ฉบับที่ 145) พ.ศ.2527 ม. 3, ม. 20 ป.วิ.อ. ม. 2 (4), ม. 5 (3)จำเลยเข้าทำงานในองค์การผลิตอาหารสำเร็จรูปในตำแหน่งเสมียนหน่วยการเงิน ได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน จำเลยจะทำงานอะไรแล้วแต่หัวหน้าหน่วยจะสั่งให้ทำในเรื่องเกี่ยวกับ การเงิน เมื่อจำเลยปฏิบัติงานมาไม่ต่ำกว่า 3 เดือนหรือกว่านั้น ถ้าองค์การพิจารณาเห็นสมควร จึงจะรับบรรจุเป็นเงินเดือน ดังนี้ เมื่อจำเลยอยู่ในระหว่างทดลองให้ปฏิบัติงานชั่วคราวโดยได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นพนักงานตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 20 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การผลิตอาหารสำเร็จรูปพ.ศ.2498. ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจและหน้าที่จัดการและดำเนินกิจการของ อสร. ให้เป็นไปตามนโยบายและข้อบังคับที่คณะกรรมการได้วางไว้และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานทุกตำแหน่ง ทั้งต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการจัดการและดำเนินกิจการของ อสร.ซึ่งเป็นนิติบุคคล ผู้อำนวยการย่อมมีอำนาจที่จะสั่งให้ดำเนินคดีมีอำนาจแจ้งความหรือร้องทุกข์ หรือสั่งให้บุคคลอื่นไปแจ้งความหรือร้องทุกข์แทน ขอให้ดำเนินคดีกับจำเลย ที่เบียดบังยักยอกเอาเงินของอสร. ไปได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพนักงานขององค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป(อสร.) ตำแหน่งเสมียนสารบรรณ หน่วยการเงิน ได้รับค่าจ้างรายวัน วันละ ๒๙ บาท มีหน้าที่เก็บเงินค่าซื้อสินค้าจากลูกค้าและนำส่งเจ้าหน้าที่แผนกคลังขององค์การเป็นประจำวัน จำเ