การยอมความในคดีแพ่งเฉพาะส่วน ไม่ทำให้สิทธิดำเนินคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวระงับ หากสัญญาแสดงเจตนาชัดเจนว่าไม่เลิกคดีอาญา
แม้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว การยอมความในคดีแพ่งไม่ทำให้สิทธิดำเนินคดีอาญาระงับ หากสัญญาประนีประนอมยอมความระบุชัดเจนว่าคู่ความมิได้ประสงค์จะยอมเลิกคดีอาญาต่อกัน
พิพากษายืน ยกฎีกา
จำเลยออกเช็คโดยไม่มีเงิน โจทก์ฟ้องอาญาและแพ่งพร้อมกัน ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งโดยระบุชัดเจนว่า 'เลิกคดีเฉพาะส่วนแพ่ง' แต่ไม่ได้ระบุเลิกคดีอาญา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2651/2515นายเมืองดี นันทพันธ์โจทก์บริษัทเวอร์ยีเนียเวียงพร้าว จำกัด โดยนายพรหม โพธิ์ทอง ผู้จักการ ที่ 1 นายพรหม โพธิ์ทองที่ 2จำเลย ป.วิ.อ. ม. 39 (2) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 โจทก์ฟ้องคดีอาญาขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คไว้แล้ว ไปฟ้องเป็นคดีแพ่งเรียกให้จำเลยชำระเงินตามเช็คฉบับพิพาทนั้นอีกสำนวนหนึ่ง และต่อมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยยอมใช้เงินตามเช็คฉบับพิพาทให้แก่โจทก์ ศาลได้มี คำพิพากษาตามยอมแล้ว เมื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความได้ระบุไว้ชัดว่า โจทก์ยอมตามจำเลยยอมเลิกคดีเฉพาะส่วนแพ่ง แสดงชัดว่าโจทก์จำเลยมิได้ประสงค์ที่จะยอมเลิกคดีอาญาต่อกัน จึงไม่เป็นผลให้สิทธิของโจทก์ที่จะดำเนินคดีอาญาระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นบริษัทจำกัด เป็นนิติบุคคล มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการ จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันออกเช็คสั่งจ่ายเงินชำระหนี้ค่าซื้อใบยาสูบให้โจทก์โดยรู้อยู่แล้วว่าขณะที่ออกไม่มีเงินในธนาคาร อันจะพึงให้ใช้เงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริต และออกเช็คด้วยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปขอรับเงินแล้ว ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3(1) (2) (3) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3 (1) (2) (3) ปรับจำเลยที่1 30,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 สามเดือน มีเหตุบรร