ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 192/2516

ประเด็นกฎหมาย

ผลของคำวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องเงินค่าทดแทนตามกฎหมายเฉพาะเมื่อจำเลยไม่ฟ้องศาลภายใน 30 วัน และสิทธิในการหักเงินที่ชำระไปแล้ว

หลักกฎหมาย

การอุทธรณ์เรื่องสัญญาประนีประนอมเป็นประเด็นว่าต้องจ่ายหรือไม่ เจ้าหน้าที่มีอำนาจวินิจฉัย หากจำเลยไม่ฟ้องศาลภายใน 30 วัน คำวินิจฉัยเป็นที่สุด และเงินที่ชำระไปแล้วสามารถหักจากค่าทดแทนได้

คำวินิจฉัย

ให้ยกฎีกาของจำเลย และพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนและค่าทำศพ โดยหักเงินที่ชำระไปแล้วออก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ตายตายจากอุบัติเหตุในโรงงาน นายจ้างจ่ายเงินบางส่วนและทำสัญญาประนีประนอม เจ้าหน้าที่วินิจฉัยให้จ่ายค่าทดแทน นายจ้างอุทธรณ์แต่ไม่ฟ้องศาลภายใน 30 วัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 192/2516นางพวง หรือเพื่อม บุญเหมาะ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนโจทก์นายเชตต์ วีรวานิชจำเลย ป.พ.พ. ม. 850, ม. 852 ป.วิ.พ. ม. 55 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินค่าทดแทนตลอดจนจำนวนเงินค่าทดแทน ฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2501 นายอำเภอ เจ้าหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยเงินค่าทดแทนตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ซึ่งออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 19 ได้วินิจฉัยให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างของผู้ตายจ่ายเงินค่าทดแทนและค่าทำศพแก่โจทก์ซึ่งเป็นภริยาผู้อยู่ในอุปการะของผู้ตาย จำเลยอุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย ว่านายอำเภอไม่มีสิทธิวินิจฉัยให้จำเลยจ่ายเงินรายนี้ เพราะโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และรับเงินค่าทดแทนไปจากจำเลยแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดย่อมมีสิทธิวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ได้เพราะเป็นการวินิจฉัยว่าจำเลยจะต้องจ่ายเงินค่าทดแทนหรือไม่ต้องจ่ายนั่นเอง หาเป็นการวินิจฉัยนอกเหนืออำนาจไม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยว่า เหตุที่ผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะเกิดระเบิดเป็นอุบัติเหตุ และสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยเป็นโมฆะจำเลยไม่นำคดีมาสู่ศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันรับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินค่าทดแทนฯ ข้อ 14 ต้องถือว่าเรื่องเป็นอันยุติตามคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ เมื่อโจทก์มาฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนนั้น จำเลยจะโต้แย้งอีกว่า เหตุเกิดเพราะความประมาทของผู้ตาย และสัญญาประนีประนอมยอมความมีผลบังคับใช้ได้ หาได้ไม่ โจทก์ได้รับเงินค่าทดแทนไปจากจำเลยจำนวนหนึ่งตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แม้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะวินิจฉัย