ศาลสามารถลงโทษจำเลยตามบทบัญญัติแก้ไขใหม่ได้หรือไม่ หากฟ้องผิดมาตราบทลงโทษแต่ระบุความผิดถูกต้อง
หากฟ้องความผิดถูกต้อง แต่ระบุบทลงโทษผิด ศาลสามารถลงโทษตามบทกฎหมายที่แก้ไขใหม่ได้ โดยยังคงเป็นมาตราเดียวกัน
พิพากษแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยมีความผิดและปรับตามพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2512
จำเลยครอบครองบุหรี่ไม่มีแสตมป์ โจทก์ฟ้องผิดมาตราบทลงโทษที่ถูกยกเลิก ศาลฎีกาปรับโทษตามกฎหมายที่ใช้ขณะเกิดเหตุ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2516พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายเจียว แซ่โง้วจำเลย พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 ม. 19, ม. 49, , ป.วิ.อ. ม. 192จำเลยมีบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศไว้ในครอบครองโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบ อันเป็นความผิดตามมาตรา 19แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 เมื่อโจทก์อ้างบทมาตราที่จำเลยกระทำผิดมาท้ายฟ้องแล้ว แม้อ้างบทมาตราที่เป็นบทลงโทษไม่ถูกต้อง คืออ้างแต่มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติยาสูบพ.ศ.2509 และพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2510ซึ่งถูกยกเลิกแก้ไขใหม่แล้ว เมื่อปรากฏว่าขณะจำเลยกระทำผิดได้มีพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2512 มาตรา 17ยกเลิกแก้ไขบทลงโทษมาตรา 49 ใหม่ ดังนี้ ศาลก็ลงโทษจำเลยด้วยระวางโทษที่กำหนดในบทมาตราที่แก้ไขใหม่ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยไม่ได้เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบได้บังอาจมีบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศอันเป็นยาสูบตามพระราชบัญญัติยาสูบฯรวม ๒๐๐ ซอง หนัก ๔,๒๐๐ กรัม ไว้ในครอบครองโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบฯซึ่งบัญญัติให้ต้องเสียค่าแสตมป์ยาสูบ ปิด ๑ กรัมต่อ ๑๖ สตางค์รวมค่าแสตมป์ยาสูบที่จำเลยจะต้องปิดทั้งหมดเงิน ๖๗๒ บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๑๙, ๔๔, ๔๙ กฎกระทรวงฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๐) และฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๑มาตรา ๓, ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ สั่งริบของกลาง และบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีนี้ด้วย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างมาท้ายฟ้อง ให้ปรับ ๔,๒๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงปรับ ๒,๑๐๐ บาท ของกลางริบ โทษที่รอไว้ไม