ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1333/2516

ประเด็นกฎหมาย

การเสพเฮโรอีนและการมีเฮโรอีนที่เหลือจากการเสพไว้ในครอบครอง เป็นความผิดแยกกันได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

การเสพและ possession ของยาเสพติดที่เหลือจากการเสพเป็นความผิดแยกกันได้ เพราะวัตถุทางคดีต่างกัน (ส่วนที่เสพ vs ส่วนที่เหลือ) จึงต้องเรียงกระทงลงโทษตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11

คำวินิจฉัย

แก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยมีความผิดฐานเสพและฐานมีเฮโรอีนแยกกัน 2 กระทง รวมโทษจำคุกแล้วลดโทษตามการรับสารภาพ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยรับสารภาพว่าเสพเฮโรอีนและครอบครองเฮโรอีนที่เหลือจากการเสพ ศาลล่างมองว่าเป็นกรรมเดียวกัน ศาลฎีกาเห็นว่าแยกกันได้เพราะวัตถุต่างกัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.อ. ม. 91
  • มาตรา ๒๒ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ
  • มาตรา ๒๐ ตรี พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1333/2516พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีโจทก์นายหรั่ง คำสุด กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2504 ม. 4 ทวิ, ม. 20 ตรี, ม. 22 ป.อ. ม. 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม. 2 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 , , ฟ้องโจทก์บรรยายไว้ชัดเจนว่า จำเลยได้บังอาจเสพเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดต้องห้ามโดยเด็ดขาด ซึ่งไม่ทราบจำนวนรับเข้าร่างกายด้วยการสูบ และตามวันเวลาดังกล่าว จำเลยได้มีไว้ในความครอบครองซึ่งเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดต้องห้ามโดยเด็ดขาดซึ่งเหลือจากที่จำเลยเสพแล้วไว้ในความครอบครองของจำเลย ฯลฯ จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นการยอมรับข้อกล่าวหาของโจทก์ว่าจำเลยเสพเฮโรอีน และมีเฮโรอีนที่เหลือจากการเสพไว้ในความครอบครองจริง ทั้ง 2 กระทงความผิดเป็นความผิดที่แยกกันได้ เพราะข้อหาฐานมีเฮโรอีนนั้นโจทก์มุ่งถึงเฮโรอีนซึ่งจำเลยมีอยู่หลังจากได้เสพไปบ้างแล้ว มิใช่เฮโรอีนที่จำเลยทั้งสองได้เสพไปแล้วซึ่งจะต้องมีอยู่จึงจะเสพได้จึงลงโทษจำเลยทั้งสองฐานได้ เสพเฮโรอีนและมีเฮโรอีนที่เหลือจากการเสพไว้ในความครอบครองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เป็นกระทงความผิด เมื่อจำเลยกระทำความผิดภายหลังวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 มีผลใช้บังคับแล้ว ต้องลงโทษจำเลยเป็นรายกระทงความผิดโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๑๕ เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองได้บังอาจเสพเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดต้องห้ามโดยเด็ดขาดซึ่งไม่ทราบจำนวนรับเข้าร่างกายด้วยการสูบ และตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยทั้งสองได้บังอาจร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดต้องห้ามโดยเด็ดขาด ซึ่งเหลือจากที่จำเลยเสพแล้วไว้ในความครอบครองของจำเลยทั้งสองร่วมกัน ๑ ห่อ หนัก ๒๐๐