ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1974/2516

ประเด็นกฎหมาย

คำสั่งศาลแขวงรับอุทธรณ์เพียงว่า "รับเป็นคำฟ้องอุทธรณ์" โดยไม่ชี้แจงเหตุผล ไม่ถือเป็นคำสั่งอนุญาตอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 22 ทวิ

หลักกฎหมาย

เมื่อคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวง การอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริงต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 22 ทวิ ซึ่งศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งชี้แจงเหตุผลว่าข้อพิพาทเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์ การระบุเพียง "รับเป็นคำฟ้องอุทธรณ์" โดยไม่ชี้แจงเหตุผล ไม่ถือเป็นการอนุญาตให้อุทธรณ์

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลแขวงธนบุรีไต่สวนมูลฟ้องแล้วยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์โดยศาลแขวงสั่งว่า "รับเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ สำเนาให้อีกฝ่ายหนึ่งแก้" โดยไม่ชี้แจงเหตุผลว่าข้อพิพาทเป็นปัญหาสำคัญ ศาลอุทธรณ์รับพิจารณา แต่ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1974/2516นางเล็ก ฉาบกลิ่นหอมโจทก์เรือตรีอนันต์ ดิษย์บุตรจำเลย ป.วิ.อ. ม. 170, ม. 193 วรรคแรก พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 , ม. 22เมื่อคดีอยู่ในอำนาจของศาลแขวงแล้ว การอุทธรณ์ต้องอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ. 2499 มาตรา 22 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503มาตรา 10 คือ ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามมาตรานี้ แต่ถ้ามีการรับรองให้อุทธรณ์ตามมาตรา 22 ทวิก็อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลชั้นต้นสั่งฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ว่า "รับเป็นคำฟ้องอุทธรณ์สำเนาให้ฝ่ายหนึ่งแก้" เพียงเท่านี้ยังไม่ถือว่าผู้พิพากษาผู้พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาได้มีคำสั่งอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเพราะในคำสั่งมิได้ชี้แจงเหตุผลว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์ และมีคำสั่งอนุญาตให้อุทธรณ์ได้ อุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่เป็นอุทธรณ์ที่จะรับไว้พิจารณาได้ตาม มาตรา 22 ทวิ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า คดีโจทก์มีมูล จะเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 ต้องเป็นการ อุทธรณ์เรื่องการไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่มิต้องบังคับตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499เมื่ออุทธรณ์ครั้งแรกของโจทก์ถูกห้ามมิให้อุทธรณ์ตามกฎหมายอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคแรก แล้วศาลอุทธรณ์ก็ไม่มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ขับรถยนต์โดยประมาทฝ่าฝืนกฎหมายจะเลี้ยวขวาตรงทางแยกไม่ขับรถให้ช้าลง และขับล้ำแนวเส้นกึ่งกลางของทา