เงินค่าเบี้ยเลี้ยงที่จ่ายให้ลูกจ้างเฉพาะวันที่มาทำงานต่างจังหวัด เป็นค่าจ้างหรือไม่
ค่าจ้างหมายถึงสินจ้างตอบแทนการทำงาน ไม่ว่าเรียกชื่อหรือคำนวณอย่างไร แต่ไม่รวมเงินสงเคราะห์ หากเงินจ่ายเฉพาะวันที่ทำงานและหยุดไม่จ่าย แสดงว่าเป็นค่าจ้าง ไม่ใช่เงินสงเคราะห์
พิพากษายืน ให้เงินค่าเบี้ยเลี้ยงเป็นค่าจ้างและนำมารวมคำนวณค่าทดแทนและค่าทำศพ
ลูกจ้างได้รับค่าจ้างรายชั่วโมงและค่าเบี้ยเลี้ยง 35 บาทต่อวันเฉพาะวันที่ไปทำงานต่างจังหวัด หากหยุดงานหรือป่วยจะไม่ได้รับเงินค่าเบี้ยเลี้ยงนี้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2363/2516บริษัทผลิตภัณฑ์หินไทย จำกัด โดยนายบาร์นีย์ เอ็ดเจอร์เติ่น กรรมการโจทก์กรมแรงงาน ที่ 1 นางลำพูน เลาหะจินดา ที่ 2จำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2507 คำว่า "ค่าจ้าง" ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 2(พ.ศ.2507) ให้คำวิเคราะห์ศัพท์ไว้หมายความถึงสินจ้างที่นายจ้างให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานของลูกจ้าง ไม่ว่าสินจ้างนั้นจะเรียกชื่อ กำหนด คำนวณ หรือจ่ายอย่างไรก็ตาม แต่ไม่รวมค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด โบนัส หรือผลประโยชน์อย่างอื่นที่มีลักษณะเป็นการสงเคราะห์ลูกจ้าง ขณะออกไปปฏิบัติงานต่างจังหวัด ลูกจ้างได้รับเงินค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 35 บาทจากนายจ้างเพิ่มจากค่าจ้างเดิมทุกวันที่ปฏิบัติงานวันที่ไม่มาทำงาน ไม่ว่าเพราะเหตุใด รวมทั้งวันหยุดงานประจำสัปดาห์และวันหยุดงานตามประเพณีนิยม นายจ้างไม่จ่ายให้ เงินที่นายจ้างจ่ายให้นี้ถือได้ว่าเป็นเงินค่าจ้างตามความหมายของคำวิเคราะห์ศัพท์ดังกล่าวแล้วโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด นายชีวินลูกจ้างโจทก์ได้รับเงินค่าจ้างจากโจทก์เป็นรายชั่วโมง และจะได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงและค่าที่พักจากโจทก์อีกต่างหาก ถ้าไปทำงานในต่างจังหวัดและพักค้างคืน ต่อมาลูกจ้างออกไปทำงานในต่างจังหวัดและพักค้างคืน และถึงแก่ความตายขณะทำงาน จำเลยที่ ๒ ได้วินิจฉัยว่าเงินเบี้ยเลี้ยงและค่าที่พักนั้นเป็นเงินค่าจ้างและนำมารวมกับเงินค่าจ้างรายชั่วโมงคำนวณเป็นเงินค่าทดแทนและค่าทำศพลูกจ้าง โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยนั้นไม่ถูกต้อง เพราะเงินเบี้ยเลี้ยงและค่าที่พักดังกล่าวมีลักษณะเป็นเงินสงเคราะห์ในกรณีที่ลูกจ้างต้องจากที่อยู่ไปทำงานต่างจังหวัด จึงอุทธรณ์คำสั่งจำเลยที่ ๒ ต่อจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ยืนคำวินิจฉัย จึงขอให้ศา