ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2600/2516

ประเด็นกฎหมาย

ลูกจ้างหลอกลวงผู้ว่าจ้างให้เงินโดยอ้างคำสั่งนายจ้าง ผู้ว่าจ้างยังเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจร้องทุกข์หรือไม่

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยหลอกลวงโจทก์ให้มอบเงินโดยอ้างคำสั่งนายจ้าง ถือว่าโจทก์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยโดยตรง แม้เงินนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของค่าซ่อมที่จ่ายให้นายจ้างก็ตาม ไม่ทำให้โจทก์พ้นจากการเป็นผู้เสียหาย จึงมีอำนาจร้องทุกข์ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยจำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นลูกจ้างอู่ซ่อมรถ หลอกลวงผู้ว่าจ้างให้เงิน 5,000 บาทโดยอ้างว่านายจ้างสั่งให้มาเอาเงินไปซื้ออะไหล่ ทั้งที่จริงไม่ได้สั่ง ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินให้จำเลย แต่ภายหลังจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้นายจ้างและรับรถคืน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2600/2516ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้โจทก์นายเต็ก แซ่ฉั่วจำเลย ป.อ. ม. 341 ป.วิ.อ. ม. 2 (4), , ม. 3ป. ตกลงว่าจ้าง ส. ซ่อมรถยนต์คิดเป็นเงิน 12,500 บาทในระหว่างกำลังซ่อม จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของ ส. ได้หลอกลวง ป.ให้หลงเชื่อว่าทางอู่ของ ส. ให้จำเลยมาขอรับเงิน 5,000 บาทเพื่อไปซื้อเครื่องอะไหล่ในการซ่อมรถป. จึงมอบเงินให้จำเลยไปเมื่อ ป. นำเงินค่าซ่อมอีก 7,500 บาทไปชำระให้ ส. จึงรู้ว่า ส.ไม่ได้ใช้จำเลยไปเอาเงิน ดังนี้ ถือได้ว่า ป. ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยแล้ว จึงมีอำนาจร้องทุกข์ได้ ถึงแม้ ส.จะรับเงินค่าซ่อมอีกเพียง 7,500 บาทไว้จาก ป. และมอบรถให้ป. ไปแล้วก็ตามเป็นเรื่องระหว่าง ป. กับ ส. ไม่เกี่ยวกับจำเลยและเงินที่จำเลยรับไป ไม่ทำให้ ป. ผู้ถูกหลอกลวงพ้นจากการเป็นผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341โจทก์ฟ้องว่า ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ พันโทประวิทย์ วิสุทธิเสน ผู้เสียหายได้ตกลงว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. เพชรบุรีมอเตอร์ซ่อมรถยนต์ ๒ คันเป็นเงิน ๑๒,๕๐๐ บาท วันเกิดเหตุจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนดังกล่าว บังอาจกระทำทุจริต หลอกลวงพันโทประวิทย์ วิสุทธิเสน ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.เพชรบุรีมอเตอร์ ต้องการเงินสดเพื่อไปซื้อเครื่องอะไหล่เกี่ยวกับการซ่อม ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งความจริงห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวมิได้สั่งให้จำเลยมาเอาเงินจำนวนนั้น พันโทประวิทย์หลงเชื่อได้มอบเงิน๕,๐๐๐ บาทให้จำเลยไป จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาแล้ว ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๙๒ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษรับว่าเป็นความจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑