การไม่หลีกทางให้เรืออยู่ทางขวาเมื่อเรือเล็กความเร็วสูงเข้าชนเรือใหญ่จนหลบไม่ได้ ถือฝ่าฝืนกฎหรือไม่
หากการหลีกทางเป็นไปไม่ได้เนื่องจากเรือเล็กมีความเร็วสูงและเข้ามาในระยะกระชั้นชิดจนเรือใหญ่หลบไม่ได้ การไม่หลีกทางจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎกระทรวง
พิพากษายืนศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องจำเลย
เรือเล็กความเร็วสูงขับประมาทเข้าชนเรือใหญ่ในระยะใกล้ เรือใหญ่ไม่สามารถหลีกทางได้เนื่องจากเรือเล็กมีกำลังสูงและเข้ามาใกล้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3426/2516พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาครโจทก์นายสุเทพ จันทรเชยจำเลย ป.อ. ม. 59, ม. 291 พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 ม. 310 พ.ร.บ.ป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ.2497 ม. 5, ม. 6, ม. 7, ม. 8 พ.ร.บ.ป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ.2497 การที่นายสำรองขับเรือหางยาวที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงด้วยความเร็วและประมาทเข้ามาในระยะกระชั้นชิดทางขวาของเรือที่จำเลยขับและชนกัน เรือหางยาวล่มลงมีคนตายนั้น เป็นการพ้นวิสัยที่เรือจำเลยที่มีขนาดใหญ่จะหลีกทางให้ได้ การละเว้นของจำเลยเช่นนี้จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎกระทรวง (พ.ศ. 2498) ออกตามความในพระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ. 2497 หมวด 3 ข้อ 20 ที่ว่า'เมื่อเรือกลสองลำแล่นตัดทางซึ่งกันและกัน ในลักษณะที่น่ากลัวจะเกิดการโดนกัน เรือที่มีเรือลำอื่นอยู่ทางขวาของตนต้องหลีกทางให้เรืออื่นนั้น' จำเลยไม่มีความผิดตามฟ้องโจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับเรือยนต์ด้วยความประมาท แล่นตัดทางเรือยนต์ชื่อฟ้ายิ้ม ในลักษณะที่น่ากลัวจะเกิดการโดนกัน จำเลยมีหน้าที่ต้องหลีกทางให้เรือฟ้ายิ้มซึ่งอยู่ทางขวา แต่จำเลยกลับขับเรือแล่นตัดหน้าเรือฟ้ายิ้มในระยะกระชั้นชิดเป็นเหตุให้เรือชนกันผู้โดยสารในเรือฟ้ายิ้ม๒ คนถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๑ พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖มาตรา ๓๑๐ พระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๕, ๖,๗, ๘ กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๔๙๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ. ๒๔๙๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงฯจึงต้องมีความผิด ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา