ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2517

ประเด็นกฎหมาย

จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี จะฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้

หลักกฎหมาย

ในความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี แม้ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดโทษไว้ แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีความผิด จำเลยจะฎีกาข้อเท็จจริงในข้อหานี้ไม่ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยทั้งสองศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีความผิด ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2517พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานีโจทก์นายสมคิด คำศรีระภาพ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คนจำเลย ป.วิ.อ. ม. 218 ป.อ. ม. 91 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุดจำคุก 12 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้แต่ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและลงโทษเท่าเดิม ส่วนข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ นั้นคงยืนตามศาลชั้นต้น แม้ศาลล่างจะมิได้กำหนดโทษในความผิดฐานนี้ไว้ แต่ความผิดฐานนี้มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปีจะกำหนดโทษเกิน 5 ปีย่อมไม่ได้ จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงในข้อหานี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ มีและใช้อาวุธปืน ๑ กระบอก ซึ่งไม่ได้จดทะเบียน และมีกระสุนปืน ๒ นัดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๑๒ จำเลยที่ ๑, ๓ ร่วมกันมีและใช้ปืนดังกล่าวยิงพยายามฆ่านายเดช ภายศรี หลายนัดโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ต่อมาวันที่๓๐ ธันวาคม ๒๕๑๒ จำเลยทั้งสามยังร่วมกันมีและใช้ปืนนั้นยิงพยายามฆ่านายเดชอีก ๑ นัด โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐, ๘๓ และตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐ และ ๒๘๙ ประกอบมาตรา ๘๐ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙ ประกอบมาตรา ๘๐ ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุด จำเลยที่ ๒มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ ประกอบมาตรา ๘๐และจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐มาตรา ๗, ๗๒ พระราชบัญญัติอา