ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ระบุสถานที่ตั้งแต่ไม่จำกัดเขตท้องที่ มีผลใช้ได้ในจังหวัดหรือไม่
ใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ใช้ค่าธรรมเนียมอัตราเดียวและไม่มีบทห้ามค้านอกสถานที่ ใช้ได้ทั่วไปในจังหวัดที่ได้รับใบอนุญาต
พิพากษายืนศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์ จำเลยไม่มีความผิดฐานค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
จำเลยมีใบอนุญาตค้าสัตว์ป่าคุ้มครองระบุชื่อสถานค้าแต่ไม่ระบุเขตจำกัด ใช้ซื้อนกขุนทองในอำเภออื่นของจังหวัดเดียวกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2517พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานีโจทก์นายสุวิทย์ ลิมป์พาณิชกุลจำเลย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 ม. 15, ม. 42 (ก่อนแก กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2505) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 ใบอนุญาตระบุข้อความว่า ให้จำเลยค้าหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมีสถานการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองชื่อห้องภาพสุราษฎร์ ฯลฯ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และระบุว่าจำเลยตั้งสถานการค้าอยู่ ณ ที่ใดเท่านั้น แต่จะใช้คุ้มครองได้ภายในเขตท้องที่ใดเพียงใดไม่มีระบุไว้ ทั้งไม่มีข้อห้ามว่าจำเลยจะทำการค้า นอกสถานที่ดังกล่าวไม่ได้ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 และกฎกระทรวงฉบับที่ 3(พ.ศ. 2505) ออกตามความในพระราชบัญญัติดังกล่าวก็มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับเขตของใบอนุญาตหรือมีข้อห้ามประการใดเกี่ยวกับวิธีการทำการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองนอกสถานที่ ทั้งค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองก็กำหนดไว้เพียงอัตราเดียวมิได้กำหนดให้แบ่งแยกเขตไว้อย่างใบอนุญาตให้ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองใบอนุญาตให้ค้าซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองจึงใช้ได้ทั่วไปในจังหวัดที่ได้รับใบอนุญาต การที่จำเลยไปซื้อนกขุนทองและถูกจับพร้อมด้วยนกขุนทองที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดเดียวกัน จึงไม่มีความผิดโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ เวลากลางวันจำเลยบังอาจค้าและมีไว้ในความครอบครองเพื่อการค้าซึ่งนกขุนทองอันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ ๑ ตามบัญชีหมายเลข ๑ อันดับ ๓๕ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า จำนวน ๖๒ ตัว ราคา ๖๒๐ บาท โดยจำเลยไม่ได