ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1198/2517

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในพินัยกรรมในการฟ้องผู้จัดการมรดกให้ส่งมอบทรัพย์สินเพื่อจัดตั้งมูลนิธิ และข้อโต้แย้งเรื่องอายุความ 1 ปี

หลักกฎหมาย

พินัยกรรมที่กำหนดให้จัดตั้งมูลนิธิมีผลบังคับตาม ม. 1676 ผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิร้องขอให้จัดตั้งมูลนิธิตาม ม. 1677 และเมื่อผู้จัดการมรดกจัดการมรดกยังไม่สิ้นสุด จะยกอายุความ 1 ปีขึ้นเป็นข้อตัดฟ้องไม่ได้

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยชำระเงินตามพินัยกรรมแก่โจทก์และเสียดอกเบี้ย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ตายทำพินัยกรรมยกเงินสดให้โรงพยาบาลศิริราชจัดตั้งมูลนิธิ แต่ผู้จัดการมรดก (ภรรยา) ไม่ดำเนินการ โจทก์ (มหาวิทยาลัย) ฟ้องเรียกเงิน โดยจำเลยยกอายุความ 1 ปี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1198/2517มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ โดยอธิการบดี ศาสตราจารย์นายแพทย์ชัชวาลโอสถานนท์ เป็นผู้แทนโจทก์นางจรูญศรี รักษาพลไกรของพันตำรวจโทหลวงรักษาพลไกรผู้ตายและจำเลย ป.พ.พ. ม. 81, ม. 132, ม. 1655, ม. 1676, ม. 1677, ม. 1719, ม. 1732, ม. 1754 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 84 กฎหมายลักษณะผัวเมีย ผู้ตายซึ่งเป็นสามีจำเลยทำพินัยกรรมมีข้อความในข้อ 1 ถึงข้อ 3 ยกที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยและผู้อื่น ข้อ 4 ว่า ทรัพย์สินอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวแล้ว ขอยกให้จำเลยแต่ผู้เดียวและขอให้จัดการกุศลดังกล่าวต่อไป ข้อ 5 ทรัพย์สินที่เป็นเงินสด ให้จำเลยนำไปมอบแก่เจ้าอาวาสวัด ช. เพื่อซ่อมแซมพระอุโบสถ 50,000 บาท ข้อ 6 เงินสดที่เหลือจากที่กล่าวในข้อ 5 ให้จำเลยมอบให้แก่โรงพยาบาลศิริราชก่อตั้งเป็นมูลนิธิหรือจะสร้างเป็นตึกคนไข้ก็ได้ โดยปรึกษากับเจ้าหน้าที่คณะแพทย์ศาสตร์และศิริราชพยาบาล แม้พินัยกรรม ข้อ 4 ระบุว่า ยกทรัพย์สินอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวในข้อ 1, 2, 3 ให้จำเลยแต่ผู้เดียวก็ตาม แต่จำเลยก็ตกอยู่ในภาระติดพันที่จะต้องนำเงินสดของผู้ตายที่เหลือจากจ่ายแล้วในข้อ 5 มอบให้แก่โรงพยาบาลศิริราชก่อตั้งเป็นมูลนิธิ พินัยกรรมข้อนี้จึงมีผลบังคับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1676 โรงพยาบาลศิริราชเป็นส่วนราชการส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์โจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคล โจทก์จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ข้อ 6 จำเลยไม่ยอมก่อตั้งมูลนิธิหรือร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราชในการตั้งมูลนิธิ โจทก์จึงเป็นผู้ร้องขอให้ก่อตั้งมูลนิธิได้ตามมาตรา 1677 และการก่อตั้งมูลนิธิตามมาตรา 81 นั้นในประการแรกจะต้องมีทรัพย์สินที่จัดสรรไว้ เมื่อจำเลยว่าไม่มีโจทก์สืบทราบว่ามี ก็ย่อมมีอ