ศาลอุทธรณ์ในคดีแขวงที่ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง สามารถหยิบยกข้อเท็จจริงใหม่มาวินิจฉัยแทนศาลชั้นต้นได้หรือไม่
ศาลอุทธรณ์ต้องฟังข้อเท็จจริงศาลแขวงเป็นหลัก หากขาดตกบกพร่องต้องส่งกลับศาลแขวงวินิจฉัย การหยิบยกข้อเท็จจริงใหม่แทนเป็นการวินิจฉัยมิชอบ
ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่โดยฟังข้อเท็จจริงศาลแขวงเป็นหลัก
ศาลแขวงพิพากษายกฟ้องคดีอาญาในศาลแขวง ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ข้อกฎหมายแต่กลับหยิบยกข้อเท็จจริงใหม่เรื่องการครอบครองที่ดินมาวินิจฉัยแทนข้อเท็จจริงศาลแขวง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2024/2517ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหที่ดินสยาม โดยนายอำพล ปทุมาสูตร หุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์นายประวัติ นพวิชัยจำเลย ป.วิ.พ. ม. 243 (3) (ข) ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 194, ม. 208 (2), ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 , ม. 22 ป.อ. ม. 352คดีที่ศาลแขวงพิพากษายกฟ้องและอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ นั้น ศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลแขวงวินิจฉัยมาแล้วเป็นหลักในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย หากข้อเท็จจริงตามที่ศาลแขวงฟังมายังขาดตกบกพร่องหรือไม่เพียงพอ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจสั่งย้อนสำนวนไปให้ศาลแขวงวินิจฉัยข้อเท็จจริงใด ๆ เพื่อนำมาประกอบการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายได้การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นวินิจฉัยนอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงที่ศาลแขวงฟังเป็นยุติมาแล้ว จึงเป็นการวินิจฉัยที่มิชอบแม้จำเลยจะมิได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นอ้างอิง ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้เพราะเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและเป็นการจำเป็นที่จะต้องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225, 208(2)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้มีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาที่ดินของโจทก์ไปเป็นประโยชน์ของจำเลยรวม ๗ โฉนด และจำเลยกระทำผิดหน้าที่ ซึ่งโจทก์ได้มอบหมายให้ลงชื่อทางทะเบียนกรรมสิทธิ์แทนโจทก์ และได้มอบโฉนดที่ดินและที่ดินให้จำเลยยึดถือครอบครองแทนโจทก์เพื่อความสะดวกในทางค้าการค้าขายที่ดินของโจทก์ จำเลยได้เอาที่ดินดังกล่าวไปขายฝากแก่ผู้มีชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๓ ศาลชั้นต้น