สัญญาจ้างที่รวมค่าล่วงเวลาลงในค่าจ้างรายเดือนโดยไม่ได้แยกอัตราค่าจ้างปกติ มีผลเป็นโมฆะหรือไม่
การรวมค่าจ้างและค่าล่วงเวลาเข้าด้วยกันโดยไม่แยกอัตราค่าจ้างปกติเป็นการเอาเปรียบลูกจ้าง เพราะอาจทำให้คำนวณค่าล่วงเวลาต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งเปลี่ยนแปลงตามเศรษฐกิจ จึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. ม. 150
พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยชำระเงินค่าล่วงเวลาแก่โจทก์ โดยปฏิเสธคำอุทธรณ์ของจำเลยที่อ้างข้อบังคับการทำงานเกิน 54 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
โจทก์เป็นลูกจ้างทำงานล่วงเวลาจริง แต่สัญญาจ้างระบุเพียงเงินเดือนรวมค่าล่วงเวลา โดยไม่ได้แยกอัตราค่าจ้างปกติ ทำให้ไม่สามารถคำนวณค่าล่วงเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงานได้ถูกต้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5630/2538นาย ฉลวย เรืองวงษ์โจทก์บริษัท บาบิช ( ประเทศ ไทย ) จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 150 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 3, ข้อ 11, ข้อ 29, ข้อ 34, ข้อ 42ค่าล่วงเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงานนอกเวลาทำงานปกติ และประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าวยังได้กำหนดให้ลูกจ้างประเภทไหนทำงานในระยะเวลาเท่าใดใน 1 สัปดาห์ หากทำเกินจากกำหนดระยะเวลา จะต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในอัตราที่กฎหมายกำหนดตามข้อ 3,11,29,34 และ 42 ซึ่งกำหนดโดยคำนวณจากอัตราค่าจ้างในเวลาทำงานปกติ การที่จะรวมค่าจ้างและค่าทำงานล่วงเวลาย่อมเป็นการเอาเปรียบลูกจ้างเพราะไม่ทราบว่าอัตราค่าจ้างปกติที่จะนำไปคำนวณค่าล่วงเวลานั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่หรือต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำหรือไม่ เนื่องจากค่าจ้างขั้นต่ำย่อมจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ เมื่อสัญญาว่าจ้างทำงานมิได้กำหนดอัตราค่าจ้างปกติทำให้ไม่อาจคำนวณค่าล่วงเวลาได้ ดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงเป็นอันยุติว่า จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ทำงานล่วงเวลาจริง ข้อสัญญาดังกล่าวข้างต้นมีผลเป็นการให้โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างทำงานนอกเวลาทำงานปกติโดยไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา ย่อมขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยทำหน้าที่หัวหน้างานทั่วไปได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 22,000 บาท ระหว่างทำงานอยู่กับจำเลย โจทก์ทำงานล่วงเวลาให้จำเลยรวม 1,950 ชั่วโมงซึ่งโจทก์มีสิทธิไ