การแยกแยะระหว่างความผิดฐานพยายามกับความผิดฐานเตรียมการในการขนย้ายสัตว์เข้าเขตควบคุม
การจะลงโทษฐานพยายามได้ ต้องพิสูจน์ได้ว่าจำเลยลงมือกระทำความผิดแล้วและใกล้ชิดกับความผิดสำเร็จ หากยังห่างไกลและไม่มีเจตนาชัดเจน จัดเป็นเพียงขั้นเตรียมการ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ และคืนของกลางแก่เจ้าทรัพย์
จำเลยขนกระบือถูกจับห่างเขตควบคุม 28 กิโลเมตร มีทางแยกไปอำเภออื่นได้ ไม่พอฟังเจตนาเข้าเขตควบคุมเฉพาะ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2363/2517พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาโจทก์นายปูเตะ หมะสมาน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนจำเลย ป.อ. ม. 80 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ.2488 จำเลยขนย้ายกระบือโดยใช้รถยนต์บรรทุกเป็นพาหนะ แล้วถูกตำรวจสกัดจับได้ ห่างจากเขตท้องที่อันเป็นเขตควบคุมการเคลื่อนย้ายกระบือตามประกาศของคณะกรรมการ ฯ เป็นระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร และก่อนหน้าจะถึงเขตควบคุม ฯ ยังมีทางแยกไปอำเภออื่นอีกได้ดังนี้ หากถือว่ามีเจตนากระทำผิดก็ห่างไกลต่อความผิดสำเร็จไม่ถือว่าเป็นการลงมือกระทำความผิด จัดอยู่ในชั้นเตรียมการเท่านั้นจากพฤติการณ์และเหตุแวดล้อมต่าง ๆ ไม่พอบ่งชี้ว่ามีเจตนากระทำผิดฐานพยายามขนย้ายกระบือเข้าไปในเขตควบคุม ฯ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ. 2488โจทก์ฟ้องความว่า อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ. ๒๔๘๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ (กระทรวงพาณิชย์) ได้ออกประกาศคณะกรรมการ ฉบับที่ ๑๐๒ พ.ศ. ๒๕๑๕ เรื่องควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์มีชีวิตกำหนดให้โคกระบือซึ่งมีชีวิตเป็นสิ่งที่อยู่ในความควบคุมและกำหนดในท้องที่เขตอำเภอสะเดาและอำเภอนาทวีจังหวัดสงขลาเป็นเขตควบคุมการเคลื่อนย้ายจำเลยทราบประกาศนั้นแล้วได้ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศดังกล่าว โดยทำการเคลื่อนย้ายกระบือมีชีวิตจำนวน ๙ ตัว จากอำเภอสะบ้าย้อย เพื่อจะพาเข้าไปในเขตท้องที่อำเภอนาทวีและท้องที่อำเภอสะเดา อันเป็นเขตควบคุมการเคลื่อนย้ายโคกระบือทั้งนี้ โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้รักษาการแทนตามกฎหมาย จำเลยกระทำผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นยังไม่บรรลุผล เนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจ