ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2451 - 2452/2517

ประเด็นกฎหมาย

สหกรณ์จดทะเบียนนิติบุคคลมีอำนาจฟ้องคดีโดยกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการดำเนินงานหรือไม่

หลักกฎหมาย

สหกรณ์เป็นนิติบุคคล คณะกรรมการดำเนินงานเป็นผู้แทนสหกรณ์ตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ สามารถมอบหมายให้กรรมการทำการแทนได้ การฟ้องโดยกรรมการที่ได้รับมอบหมายจึงเป็นการฟ้องโดยผู้แทนนิติบุคคล ไม่เข้าข่าย ม. 801(5) ป.พ.พ.

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้โจทก์ที่ 1 พร้อมดอกเบี้ย และให้ยึดทรัพย์สินจำเลยที่ 2 และ 3 ออกขายทอดตลาดชำระหนี้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

สหกรณ์การเกษตรมีข้อบังคับให้คณะกรรมการดำเนินงานเป็นผู้แทนและสามารถมอบหมายกรรมการให้ฟ้องคดีได้ คณะกรรมการมีมติมอบอำนาจให้กรรมการ 2 นายฟ้องคดีแทนสหกรณ์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2451 - 2452/2517สหกรณ์การเกษตรหนองไผ่ จำกัด โดยนายประมวลบัณฑิตเนตรและนายสวย จันทรโชติ กรรมการผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายหวาน นาคะบุตร ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย และ สำนวนอื่นอีกรวม2 ป.พ.พ. ม. 69, ม. 801 ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2511 โจทก์ที่ 1 เป็นสหกรณ์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการดำเนินงานเป็นผู้ดำเนินกิจการและเป็นผู้แทนเมื่อ คณะกรรมการดำเนินงานได้มีมติตามข้อบังคับของโจทก์ที่ 1 มอบหมายให้กรรมการ 2 นายเป็นผู้ดำเนินคดีกับจำเลยแทนโจทก์ที่ 1 แล้ว โจทก์ที่ 1 โดยกรรมการ 2 นายนั้นก็ฟ้องจำเลยได้ หาเป็นการขัดกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 801(5) ไม่ โจทก์ที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 จัดซื้อข้าวโพดคนเดียวจำเลยที่ 2 เข้าไปร่วมซื้อข้าวโพดกับจำเลยที่ 1 เองโดยไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับโจทก์ที่ 1 ในเรื่องที่ขอรับเงินทดรองไปซื้อข้าวโพดส่งไปเหมือนกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินค่าซื้อข้าวโพดส่งไปจากโจทก์ที่ 1คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งพิจารณารวมกัน ศาลฎีกาเรียกสหกรณ์การเกษตรหนองไผ่ จำกัด ซึ่งเป็นโจทก์ในสำนวนแรก และเป็นจำเลยที่ ๑ ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๑ นายสนิท มิ่งทัศน์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ ๒ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๒ นายประมวล บัณฑิตเนตร ซึ่งเป็นจำเลยที่ ๓ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๓ และเรียกนายหวาน นาคะบุตร ซึ่งเป็นจำเลยที่ ๑ในสำนวนแรกและเป็นโจทก์ที่ ๑ ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ ๑ นายวิชัยปอยเทียบ ซึ่งเป็นจำเลยที่ ๒ ในสำนวนแรกและเป็นโจทก์ที่ ๒ ในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ ๒ นายสิงห์โต ศรีบุตรดี ซึ่งเป็นจำเลยที่ ๓ ในสำนวนแรกว่าจำเลยที่ ๓ สำนวนแรกโจทก์ที่ ๑ ฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๒๗