ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2518

ประเด็นกฎหมาย

การที่ผู้พิพากษาให้แก้ไขราคาหลักทรัพย์ประกันให้ต่ำลงและแจ้งช้าหลังปิดศาล เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมีเจตนาทุจริตหรือไม่

หลักกฎหมาย

การที่ศาลตรวจดูหลักประกันแล้วเห็นว่าตีราคาสูงผิดความจริง จึงให้แก้ไขให้ใกล้เคียงราคาจริง และแจ้งผลเมื่อศาลจะปิดทำการ เป็นการกระทำที่อยู่ในการใช้ดุลยพินิจภายในขอบอำนาจของผู้พิพากษา ไม่ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมีเจตนาทุจริต

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนให้ยกฟ้อง เนื่องจากไม่มีมูลเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 310

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลให้แก้ไขราคาหลักทรัพย์ประกันจาก 120,000 บาท เหลือ 60,000 บาท เพราะเห็นว่าสูงเกินจริง และแจ้งผลเมื่อเวลา 16.00 น. ซึ่งศาลจะปิดทำการ ทำให้โจทก์ไม่มีโอกาสหาหลักทรัพย์เพิ่มและถูกกักขังต่อ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2518นางอัมพวัน จันทร์ตระกูลโจทก์นายอุดม ตู้จินดาล. ป.อ. ม. 157, ม. 161, ม. 162, ม. 310 ป.วิ.อ. ม. 107, ม. 108, ม. 114 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญา ฟ้องผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเป็นจำเลยโดยกล่าวหาว่าจำเลยแกล้งหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ โดยข่มขืนใจให้ ส.แก้ราคาหลักทรัพย์ของ ย.ผู้ขอประกันตัวโจทก์จากราคา 120,000 บาท ให้เหลือเพียง 60,000 บาทจนไม่พอประกัน กับแกล้งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยมีเจตนาทุจริตไม่ยอมตีราคาหลักทรัพย์ของผู้ขอประกันเมื่อ 9 นาฬิกา จนเมื่อเวลาศาลจะปิดทำการแล้วจึงแจ้งแก่โจทก์ว่าหลักทรัพย์ไม่พอ ทำให้โจทก์ไม่มีโอกาสไปหาหลักทรัพย์มาเพิ่มได้ทันทำให้โจทก์ถูกขังต่อมา แต่เมื่ออ่านคำฟ้องโดยตลอดแล้วจะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องที่จำเลยผู้ทำหน้าที่ศาลได้ตรวจดูหลักประกันตามบัญชีทรัพย์ที่ผู้ขอประกันยื่นมานั้นว่าจะเชื่อถือได้เพียงใดหรือไม่แล้วเห็นว่าตีราคาสูงกว่าราคาที่แท้จริงมากนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ศาลเห็นว่าผู้ประกันไม่ควรตีราคาหลักประกันให้สูงผิดความจริงไปมากอันจะทำให้ศาลสิ้นความเชื่อ ถือจึงได้ให้แก้ไขเสียให้ใกล้เคียงกับราคาจริง หากจะต้องเสียเวลาไปบ้างก็เป็นการกระทำที่อยู่ในการใช้ดุลยพินิจภายในขอบอำนาจของผู้พิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และเมื่อข้อเท็จตามคำบรรยายฟ้องก็ไม่มีข้อที่จะแสดงว่าจำเลยกระทำไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ชอบด้วย กฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นแต่อย่างใด ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยแกล้งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยมีเจตนาทุจริตดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้อง การกระทำของจำเลยดังที่โจทก์ฟ้องจึงไม่มีมูลเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 310 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษที่ศ