ผู้เช่าไม่มีหนังสือสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษร มีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกในมูลละเมิดหรือไม่
การฟ้องขับไล่ในมูลละเมิดเพื่อเรียกคืนการครอบครอง ไม่จำเป็นต้องอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าที่มีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรตาม ป.พ.พ. ม. 538 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องได้
พิพากษายืน ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีใหม่ โดยให้โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายได้
โจทก์เข้าครอบครองภัตตาคารโดยสวมสิทธิการเช่าจากหุ้นส่วนเดิม ไม่มีหนังสือสัญญาเช่ากับเจ้าของทรัพย์สิน แต่ถูกจำเลยบุกรุกแย่งกิจการและปลอมแปลงสัญญาเช่า
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2518บริษัท พ.พัฒนาสากล จำกัด โดยนายโปะโปย แซ่อุ่ย นายเสนีย์แผ่แก้วมณีและนายตี๋ตวง แซ่ผู่ กรรมการโจทก์นางนวลศรี ดวงอุดม กับพวกรวม 6 คนล. ป.วิ.พ. ม. 55 ป.พ.พ. ป.และจำเลยที่ 2 ที่ 3 กับพวกรวม 8 คนเข้าหุ้นส่วนทำการขายอาหารในภัตตาคาร น. โดยเช่าภัตตาคาร น. มาจากบริษัท น. ต่อมาผู้เป็นหุ้นส่วนดังกล่าวได้ก่อตั้งบริษัทโจทก์ขึ้นโดย ป.กับจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นผู้เริ่มก่อการในการประชุมตั้งบริษัทโจทก์ครั้งแรกที่ประชุมได้มีมติให้ถือเอาสัญญาเช่าที่ ป.และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ผู้เริ่มก่อการทำไว้กับบริษัท น.เป็นสัญญาเช่าที่ผูกพันบริษัทโจทก์และต่อเมื่อจำเลยที่ 1 กับพวกเข้าแย่งดำเนินกิจการภัตตาคาร น.บริษัท น.ก็ได้แจ้งให้บริษัทโจทก์ทราบว่า การบุกรุกและยึดกิจการภัตตาคาร น.เป็นการกระทำของจำเลยที่ 1 เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับบริษัท น.ให้บริษัทโจทก์เข้าดำเนินกิจการภัตตาคารต่อไปดุจเดิม ข้อเท็จจริงเป็นดังนี้จึงน่าเชื่อว่าบริษัทโจทก์เข้าครอบครองภัตตาคาร น.โดยสวมสิทธิการเช่าจากห้างหุ้นส่วนผู้เช่าเดิม บริษัทโจทก์จึงฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยซึ่งบุกรุกเข้าแย่งการครอบครองและเรียกค่าเสียหายได้ แม้โจทก์จะไม่มีหนังสือเช่ากับบริษัท น.ต่อกันไว้ โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องจำเลยเพราะโจทก์ไม่ได้ฟ้องบังคับคดีเกี่ยวกับสัญญาเช่าภัตตาคาร น.แต่อย่างใดโจทก์ฟ้องว่าก่อนโจทก์จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ผู้เริ่มก่อการได้ทำสัญญาเช่าอาคารห้องอาหารนวลศรีจากบริษัทนวลศรี จำกัดเพื่อดำเนินกิจการจำหน่ายอาหาร และระหว่างขอจัดตั้งบริษัทนายโปะโปย แซ่อุ่ย นายประวิทย์ เรืองดารกานนท์ และนายไต้พงษ์ แซ่หุ่น ได้เช่าส่วนหน้าของอาคารห้องอาหารนวลศรีจากบริษัทศิลป์ไทย จำกัด แล้วดัดแปลงต่อเติมเข้าด้วยกัน ใช้ชื่อร่วมกันว่