บุคคลเกิดในไทยมีบิดาต่างด้าวเสียสัญชาติไทยทันทีเมื่อถือใบสำคัญคนต่างด้าวหรือไม่
มาตรา 21 พ.ร.บ.สัญชาติ 2508 บัญญัติว่าผู้เกิดในไทยมีบิดาต่างด้าวและได้รับใบสำคัญคนต่างด้าวให้เสียสัญชาติไทยโดยผลแห่งกฎหมาย
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์เกิดในไทย บิดาต่างด้าว ขอใบสำคัญคนต่างด้าวปี 2491 และถือต่อเนื่อง แสดงเจตนาสมัครใจรับสัญชาติอังกฤษ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2518นายมะหะหมัด ฮูซันโจทก์กระทรวงมหาดไทย โดยพลเอกประภาส จารุเสถียร รัฐมนตรีว่าการที่ 1กรมตำรวจ โดยพลตำรวจเอกประเสริฐ รุจิรวงศื อธิบดีกรมตำรวจ ที่ 2ล. พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 โจทก์ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดในราชอาณาจักร มีบิดาเป็นคนต่างด้าวและได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวมาแต่ พ.ศ.2491 แล้ว ขณะฟ้องก็ยังถือใบสำคัญดังกล่าวอยู่ จึงต้องอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 โจทก์จึงเสียสัญชาติไทยไปโดยผลแห่งกฎหมาย แม้บิดาโจทก์เป็นผู้จัดการขอใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวมาให้โจทก์เพื่อไปศึกษายังต่างประเทศ แต่โจทก์ก็ไม่ได้ไปยังคงถือใบสำคัญต่อมา โจทก์ได้ไปขอเปลี่ยนสมุดใบสำคัญใหม่ใน พ.ศ.2498 ขอต่ออายุใบสำคัญมาจนถึง พงศ.2508 อันเป็นเวลาภายหลังจากโจทก์ขอกลับคืนสัญชาติไทยไม่ได้ผลแล้ว จึงไม่ขอต่ออายุใบสำคัญอีก การได้ใบสำคัญทำให้โจทก์ไม่ต้องเข้าตรวจคัดเลือกเพื่อเป็นทหาร ได้ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบสำคัญเมื่อเข้าทำงานเป็นลูกจ้างสถานทูต แจ้งต่อมหาวิทยาลัยตอนเข้าศึกษาว่าเป็นคนสัญชาติอังกฤษ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าโจทก์สมัครใจขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวเป็นคนสัญชาติอังกฤษโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นคนสัญาชาติไทย ให้จำเลยสั่งเจ้าพนักงานจดทะเบียนแก้สัญชาติของโจทก์ ฯลฯ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวด้วยความสมัครใจไปเป็นคนสัญชาติอังกฤษ โจทก์จึงขาดจากสัญชาติไทย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นว่าโจทก์เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย จำเลยทั้งสองฎีกา ทางพิจารณาข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าโจทก์เกิดในประเทศไทย บิดาเป็นคนเชื้อชาติแขกปาทาน สัญ