ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 487/2519

ประเด็นกฎหมาย

คูน้ำที่ขุดทำกันเองโดยไม่ได้ทำตามผังและลักษณะที่อธิบดีกรมชลประทานกำหนดและประกาศตาม พ.ร.บ.คันและคูน้ำ พ.ศ. 2505 ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายหรือไม่

หลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. 2505 คุ้มครองเฉพาะคูน้ำที่ทำตามผังและลักษณะที่อธิบดีกรมชลประทานกำหนดและประกาศเท่านั้น คูน้ำที่ขุดทำกันเองไม่ได้รับความคุ้มครอง แม้มีการทำให้ขัดข้องก็ไม่มีความผิด

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือ ยกฟ้องโจทก์ เนื่องจากคูน้ำดังกล่าวไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คันและคูน้ำ พ.ศ. 2505

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยถูกฟ้องว่ากลบคูน้ำซึ่งผู้เสียหายขุดทำขึ้นเอง โดยไม่ได้ทำตามผังและลักษณะที่อธิบดีกรมชลประทานกำหนดและประกาศตาม พ.ร.บ.คันและคูน้ำ พ.ศ. 2505

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 487/2519พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรีโจทก์นางนิล พลายละหาร ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนล. พ.ร.บ.คันและคูน้ำ พ.ศ.2505 ม. 2, ม. 8, ม. 9, ม. 16, ม. 26 พ.ร.ฎ.ให้ใช้พระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ.2505 บังคับในท้องที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอศรีประจันต์ อำเภออู่ทอง อำเภอบางปลาม้า และอำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี พ.ศ.2509 ตามพระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. 2505 และเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. 2505 บังคับในท้องที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ฯลฯ พ.ศ. 2509 นั้น เป็นเรื่องการทำคูน้ำจากคลองชลประทานตามโครงการเจ้าพระยาใหญ่ ซึ่งจะต้องทำตามผังและลักษณะที่อธิบดีกรมชลประทานกำหนดและประกาศแล้ว เมื่อคูน้ำที่ผู้เสียหายขุดทำขึ้นมิใช่เป็นคูน้ำที่ทำตามกฎหมายดังกล่าว แต่เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายกับพวกทำกันเอง คูน้ำนั้นจึงไม่ใช่คูน้ำที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. 2505 แม้จำเลยจะทำให้เกิดขัดข้อง น้ำไม่ไหลในคูของผู้เสียหาย จำเลยก็ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าวโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ร่วมกันกลบคูน้ำซึ่งเป็นทางชักน้ำจากบึงสาธารณะเข้าสู่ที่นาของผู้เสียหาย เป็นเหตุให้คูน้ำดังกล่าวเกิดขัดข้องน้ำไม่ไหลเข้าสู่ที่นาผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๑๖, ๒๖ พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติคันและคูน้ำ พ.ศ. ๒๕๐๕ บังคับในท้องที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอศรีประจันต์ อำเภออู่ทอง อำเภอบางปลาม้า และอำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระ